เปิดตลาดเงินบาท 32.34 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จับตา Trump-Xi Summit
เปิดตลาดเงินบาท 32.34 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย

ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่ระดับ 32.34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 32.35 บาทต่อดอลลาร์ โดยนักวิเคราะห์มองว่าเป็นแรงหนุนจากความหวังต่อการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 14-15 พฤษภาคมนี้ ซึ่งอาจช่วยคลี่คลายความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้

แนวโน้มค่าเงินบาทในระยะสั้น

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเคลื่อนไหวไร้ทิศทางชัดเจนในกรอบ Sideways ระหว่างโซนแนวรับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ และโซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้างตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ หลังดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในเดือนเมษายนพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับ 6.0% สูงกว่าที่ตลาดคาด ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดยังคงกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) โดยประเมินว่าเฟดมีโอกาสราว 39% ที่จะขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้

อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ถูกชะลอลงจากความหวังต่อการเจรจา Trump-Xi Summit ที่อาจช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ขณะที่บรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงในตลาดการเงินสหรัฐฯ ช่วยลดทอนความน่าสนใจในการถือครองเงินดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาทองคำรีบาวด์กลับสู่โซน 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นบ้างในช่วงคืนที่ผ่านมา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ตลาดหุ้นและบอนด์สหรัฐฯ

ดัชนี S&P500 ปิดตลาดปรับตัวขึ้น 0.58% ขณะที่ดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 1.20% โดยหุ้นเทคฯ ใหญ่และหุ้นธีม AI/Semiconductor ยังคงปรับตัวขึ้นได้ เช่น Tesla +2.7% และ Nvidia +2.3% ส่วนบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 4.50% จากความกังวลต่อนโยบายการเงินของเฟด แต่ถูกจำกัดด้วยความหวังต่อการเจรจาดังกล่าว โดยล่าสุดบอนด์ยีลด์ 10 ปี อยู่ที่โซน 4.47%

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มุมมองต่อค่าเงินบาท

นายพูน ระบุว่า เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยงสองทาง (Two-way risk) ในระยะสั้น ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยแนะนำให้ผู้เล่นในตลาดใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะ Options เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงิน โดยคาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.25-32.50 บาทต่อดอลลาร์

อย่างไรก็ดี ควรระวังความผันผวนในช่วงที่ตลาดรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ เช่น ยอดค้าปลีก ยอดขอรับสวัสดิการว่างงาน และ GDPNow หากข้อมูลออกมาดีกว่าคาด อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดยังไม่เชื่อว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในปีนี้ จนกว่าจะเห็นความคืบหน้าชัดเจนในการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

มุมมองจากทีทีบี

ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ 32.33 บาทต่อดอลลาร์ ใกล้เคียงกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ 32.36 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ หลัง PPI สหรัฐฯ สูงสุดในรอบกว่า 3 ปี ซึ่งอาจทำให้เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยการปรับตัวสูงขึ้นของ PPI ได้รับผลกระทบจากการทะยานขึ้นของราคาพลังงานจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน

นักลงทุนจับตาการเยือนจีนของประธานาธิบดีทรัมป์ในวันที่ 14-15 พฤษภาคม ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นความสัมพันธ์ทวิภาคีและสันติภาพโลก โดยทรัมป์กล่าวว่าเขาจะเรียกร้องให้จีนเปิดประเทศเพื่อให้ผู้นำธุรกิจสหรัฐฯ เข้าไปลงทุนและยกระดับเศรษฐกิจจีน

สถานะพอร์ตการลงทุน

นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 4,131 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 3,308 ล้านบาท

กรอบค่าเงินวันนี้

  • USD/THB 32.25-32.45 แนะนำ ซื้อ 32.25 / ขาย 32.45
  • EUR/THB 37.70-38.20 แนะนำ ซื้อ 37.70 / ขาย 38.20
  • JPY/THB 0.2030-0.2070 แนะนำ ซื้อ 0.2030 / ขาย 0.2070

อัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคาร ณ วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 32.356 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ