รวม 5 กองทุนปันผล 5 ดาว ผลตอบแทนเด่น โอกาสรับเงินสดและเติบโต
รวม 5 กองทุนปันผล 5 ดาว ผลตอบแทนเด่น โอกาสรับเงินสดและเติบโต

กองทุนปันผลไม่ได้มีดีแค่รับกระแสเงินสดอีกต่อไป เพราะหลายกองทุนวันนี้ยังพ่วงโอกาสเติบโตจากธีมลงทุนมาแรง Thairath Money พาเปิดรายชื่อกองทุน 5 ดาว Performance แกร่ง ที่ให้ทั้งกระแสเงินสดและโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว

ในช่วงที่ดอกเบี้ยไม่ได้สูงจนดึงดูดเหมือนที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนไม่น้อยเริ่มมองหาสินทรัพย์ที่ให้ทั้งโอกาสรับผลตอบแทนจากราคาและเงินปันผลเพื่อเข้ามาเติมกระแสเงินสดระหว่างทาง หนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความนิยมคือ "กองทุนปันผล" และหากดูรายชื่อกองทุนที่ได้คะแนน Morningstar ระดับ 5 ดาว จะพบว่ามีตั้งแต่ธีมเทคโนโลยีมาแรงอย่างเซมิคอนดักเตอร์ หุ้นญี่ปุ่น ไปจนถึงหุ้นไทย ที่สร้างผลตอบแทนย้อนหลังได้โดดเด่นในช่วงที่ผ่านมา

Thairath Money รวบรวมรายชื่อ 5 กองทุนระดับ 5 ดาว ที่ให้ผลตอบแทนโดดเด่นที่สุดตั้งแต่ต้นปี 2569 และมีนโยบายจ่ายเงินปันผล เพื่อเป็นอีกหนึ่งไอเดียสำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาสินทรัพย์ที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างการรับกระแสเงินสด และโอกาสเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เปิดรายชื่อ 5 กองทุนปันผล ระดับ 5 ดาว ผลตอบแทนเด่นสุด

1. กองทุนเปิด แอล เอช เซมิคอนดักเตอร์ ชนิดจ่ายเงินปันผล (LHSEMICON-D)

กองทุนปันผลที่มีธีมลงทุนที่ร้อนแรงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2569 กองทุนนี้ลงทุนผ่านรูปแบบ Feeder Fund เน้นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการออกแบบ การจัดจำหน่าย การผลิต และการขายเซมิคอนดักเตอร์

  • ผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี 2569: 72.94%
  • ย้อนหลัง 1 ปี: 147.28%
  • ย้อนหลัง 3 ปี: 43.32%

LHSEMICON-D เป็นกองทุนเสี่ยงสูง (ระดับ 7) จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด กำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อครั้งแรก 1,000 บาท และมูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อครั้งถัดไป 100 บาท

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

2. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Semiconductor (ชนิดเพื่อการออมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์) (SCBSEMI (SSFE))

อีกหนึ่งกองทุนปันผลที่เกาะธีมการเติบโตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์โลก โดยกองทุนนี้ลงทุนผ่านรูปแบบ Feeder Fund มุ่งเน้นลงทุนในกองทุนหลักที่กระจายการลงทุนในตราสารทุน และตราสาร Depository receipts (DR) ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ โดยเฉพาะบริษัทกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์

  • ผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี 2569: 68.45%
  • ย้อนหลัง 1 ปี: 154.83%
  • ย้อนหลัง 3 ปี: 53.13%

SCBSEMI (SSFE) เป็นกองทุนเสี่ยงสูง (ระดับ 7) จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด กำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อครั้งแรก 1 บาท และมูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อครั้งถัดไป 1 บาท

3. กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นญี่ปุ่น ชนิดจ่ายเงินปันผล (SCBNK225D)

กองทุนปันผลที่เปิดโอกาสลงทุนในหุ้นญี่ปุ่น โดยเน้นลงทุนในตราสารทุนทั้งหมดที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี Nikkei 225 และตราสารทุนที่กำลังจะมาเป็นส่วนประกอบของดัชนี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ไปในทิศทางเดียวกันหรือใกล้เคียงกับดัชนี Nikkei 225

  • ผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี 2569: 29.36%
  • ย้อนหลัง 1 ปี: 72.02%
  • ย้อนหลัง 3 ปี: 28.94%

SCBNK225D เป็นกองทุนเสี่ยงสูง (ระดับ 6) จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด กำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อครั้งแรก 1 บาท และมูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อครั้งถัดไป 1 บาท

4. กองทุนเปิดพรินซิเพิล หุ้นปันผล (PRINCIPAL DEF)

กองทุนปันผลที่เน้นลงทุนในหุ้นไทยที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีนโยบายหรือมีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งกองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง

  • ผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี 2569: 29.36%
  • ย้อนหลัง 1 ปี: 72.02%
  • ย้อนหลัง 3 ปี: 28.94%

PRINCIPAL DEF เป็นกองทุนเสี่ยงสูง (ระดับ 6) จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด กำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อครั้งแรก 1,000 บาท และไม่กำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อครั้งถัดไป

5. กองทุนเปิดพรินซิเพิล เอ็นแฮนซ์ อิควิตี้ (PRINCIPAL EEF-D)

กองทุนปันผลอีกหนึ่งตัวเลือกที่เน้นลงทุนในหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ และ/หรือ หลักทรัพย์ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งอิงกับดัชนีผลตอบแทนรวม SET 50 (SET50 TRI)

  • ผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี 2569: 27.07%
  • ย้อนหลัง 1 ปี: 34.96%
  • ย้อนหลัง 3 ปี: 5.25%

PRINCIPAL EEF-D เป็นกองทุนเสี่ยงสูง (ระดับ 6) จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด กำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อครั้งแรก 1,000 บาท และไม่กำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการสั่งซื้อครั้งถัดไป

หมายเหตุ: ผลตอบแทนย้อนหลังไม่ใช่สิ่งยืนยันผลตอบแทนในอนาคต และ Morningstar Rating เป็นการประเมินผลตอบแทนเมื่อเทียบกับความเสี่ยงในอดีต นักลงทุนควรศึกษาหนังสือชี้ชวนก่อนตัดสินใจลงทุน