นายกฯ สั่งตั้ง กรอ.ชุดย่อย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รับข้อเสนอเอกชน 6 ด้าน
นายกฯ สั่งตั้ง กรอ.ชุดย่อย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รับข้อเสนอเอกชน 6 ด้าน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีและตัวแทนผู้บริหารภาคเอกชนในกิจกรรม "เอกชนพูด รัฐบาลฟัง" ว่าภาคเอกชนเห็นตรงกันว่าวิกฤตพลังงานโลกในปัจจุบันเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนและไทย ซึ่งไทยต้องเร่งคว้าโอกาสนี้ผ่านนโยบายเชิงรุก

ข้อเสนอ 6 ด้านจากเอกชน

รัฐบาลได้รับข้อเสนอจากเอกชน 6 ประเด็นหลัก ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาด โดยเน้นการลงทุนในทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับภาคการเกษตรและวิกฤตเอลนีโญในช่วงปลายปี รวมถึงการเร่งลงทุนพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ และพัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid Modernization)
  • การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ โดยใช้เทคโนโลยี AI และดิจิทัลมาช่วยเพิ่มทักษะ (Up-skill) แรงงานไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
  • การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่และศูนย์กลางการเงิน โดยมุ่งเป้าที่จุดแข็งด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) อุตสาหกรรมดิจิทัล และเกษตรสมัยใหม่ พร้อมต่อยอด Data Center สู่ Cloud Service และการผลิต Semiconductor ซึ่งเป็นหัวใจของ AI ขณะที่ภาคธนาคารเสนอให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค (Regional Hub)
  • การปลดล็อกและแก้ปัญหาอุปสรรค โดยเร่งรัดการขอใบอนุญาตที่ล่าช้า โดยเฉพาะการบริหารจัดการที่ดินสาธารณะที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว พร้อมชื่นชมโครงการ BOI Fast Pass ที่ช่วยให้การลงทุนขับเคลื่อนได้รวดเร็วขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา และเกิดการลงทุนจริงกว่า 2 แสนล้านบาท
  • การจัดตั้งศูนย์ปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแก้ปัญหาโดยเร็ว
  • การดูแลปัญหาเงินเฟ้อ ที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการดูแลผู้ประกอบการ SMEs จากผลกระทบทางเศรษฐกิจ

กลไกขับเคลื่อนผ่าน กรอ.

นายกรัฐมนตรีมีแนวคิดให้ขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน 3 สถาบัน (กรอ.) เพื่อนำข้อเสนอทั้งหมดมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม โดยหากเป็นโครงการที่ต้องใช้งบประมาณ ต้องเน้นรูปแบบการร่วมลงทุน (PPP) ที่เอกชนเป็นตัวนำและรัฐเป็นผู้สนับสนุน ควบคู่กับการใช้ยุทธศาสตร์ 4T ประกอบด้วย Target (มุ่งเป้าหมายชัดเจน), Transition (เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด), Transform (ปฏิรูปทักษะทรัพยากรมนุษย์), และ Together (ทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน)

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงอาเซียน

นายเอกนิติกล่าวว่ารัฐบาลไม่ละเลยปัญหาเร่งด่วน โดยเฉพาะเรื่องเงินเฟ้อและค่าครองชีพของประชาชนระดับฐานราก รวมถึงผู้ประกอบการ SME พร้อมรับข้อเสนอจากสภาอุตสาหกรรมฯ ในการพัฒนาท่าเรือระนองและเส้นทางรถไฟที่ขาดหาย (Missing Link) ระหว่างชุมพรและระนอง เพื่อยกระดับไทยให้เป็นจุดแข็งสำคัญของอาเซียนอย่างยั่งยืน