คนไทย 96.1% มีบัญชีเงินฝาก แต่มีเพียง 56.1% ที่ใช้เพื่อการออม ส่วนใหญ่ 91.9% ใช้บัญชีเงินฝากเพื่อการจับจ่ายใช้สอยเท่านั้น ขณะที่หนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 4 ปี 2568 ขยายตัว 0.05% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 16.44 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 86.7% ต่อจีดีพี
หนี้เสียเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ข้อมูลจากเครดิตบูโรระบุว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลของสินเชื่อบุคคลธรรมดาในไตรมาส 4 ปี 2568 มีมูลค่า 1.31 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากปีก่อน คิดเป็น 9.59% ของสินเชื่อรวม
สาเหตุที่คนไทยออมน้อย
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนไทยออมไม่พอและมีหนี้เพิ่มขึ้น ได้แก่ พฤติกรรมการใช้จ่ายของคนรุ่นใหม่ที่นิยมช้อปตามรีวิวหรือเทรนด์ออนไลน์ การเข้ามาของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาหรือเวอร์ชวลแบงก์ที่อาจกระตุ้นการก่อหนี้ และอิทธิพลของฟินฟลูเอนเซอร์ที่บางรายอาจให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน
ทางออกของปัญหา
ภาครัฐต้องพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตและยกระดับทักษะแรงงานเพื่อให้รายได้ประชาชนเพิ่มขึ้น ขณะที่ประชาชนต้องปรับพฤติกรรมวางแผนการเงิน โดยเริ่มจากแนวคิด “ออมก่อนจ่าย” และมีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อป้องกันการพึ่งพาสินเชื่อดอกเบี้ยสูง



