เลโอโปลด์ อาเชนเบรนเนอร์ (Leopold Aschenbrenner) นักลงทุนและผู้ก่อตั้งเฮดจ์ฟันด์วัย 23 ปี กลายเป็นที่พูดถึงในวงการ AI หลังจากกองทุน Situational Awareness LP ที่เขาก่อตั้งขึ้นสามารถเปลี่ยนเงินตั้งต้น 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กลายเป็นพอร์ตมูลค่ากว่า 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี โดยเน้นลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป (AGI) โดยเฉพาะ
จุดเริ่มต้นจากเด็กอัจฉริยะ
เลโอโปลด์เกิดในปี 2002 ที่เยอรมนี ก่อนย้ายไปสหรัฐอเมริกา เขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียด้วยเกียรตินิยมสูงสุดในสาขาคณิตศาสตร์ สถิติ และเศรษฐศาสตร์ ตั้งแต่อายุเพียง 19 ปี เขาเคยทำงานเป็นนักวิจัยในทีม Superalignment ของ OpenAI ซึ่งมีหน้าที่ศึกษาความปลอดภัยของ AI แต่ถูกไล่ออกในปี 2024 เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าทำข้อมูลลับรั่วไหล
บทความที่เปลี่ยนโลก
หลังถูกไล่ออก เลโอโปลด์เผยแพร่บทความชื่อ Situational Awareness: The Decade Ahead ความยาว 165 หน้า ซึ่งกลายเป็นคู่มือการลงทุนสำคัญของวงการ AI โดยเนื้อหาคาดการณ์ว่า AGI อาจเกิดขึ้นภายในปี 2027 และอัจฉริยะยิ่งยวด (Superintelligence) ภายในปี 2030 โดยข้อจำกัดที่แท้จริงไม่ใช่อัลกอริทึม แต่คือโครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และพลังประมวลผล
กลยุทธ์การลงทุนของ Situational Awareness LP
กองทุนนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 2024 ด้วยเงินทุนเริ่มต้น 225 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่สร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI และ Short บริษัทที่ถูก AI Disrupt พอร์ตการลงทุนประกอบด้วยหุ้นเพียง 24-30 ตัว ซึ่งถือว่ากระจุกตัวมาก โดยแบ่งเป็นกลุ่มพลังงาน เช่น Bloom Energy, EQT Corporation กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และออปติคอล เช่น Intel, Lumentum กลุ่ม GPU Cloud เช่น CoreWeave, Applied Digital และกลุ่ม Bitcoin Miner ที่ปรับตัวสู่ธุรกิจ AI เช่น Riot Platforms, Hut 8
ผลตอบแทนที่โดดเด่น
ภายใน 12 เดือน กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนสูงถึง 5,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทั้งกำไรจากหุ้นที่บางตัวพุ่งขึ้น 100-800% และเงินลงทุนใหม่จากนักลงทุนระดับท็อป เช่น Nat Friedman อดีต CEO GitHub, Patrick Collison ผู้ร่วมก่อตั้ง Stripe ความสำเร็จนี้ทำให้เลโอโปลด์ถูกขนานนามว่าเป็นศาสดาพยากรณ์แห่งยุค AI และถือเป็นหนึ่งในผลงานเปิดตัวกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่โดดเด่นที่สุดในรอบทศวรรษ



