เปลี่ยนขยะเป็นน้ำมัน ทางเลือกฝ่าวิกฤติพลังงานด้วยเทคโนโลยีไพโรไลซิส
เปลี่ยนขยะเป็นน้ำมัน ทางเลือกฝ่าวิกฤติพลังงาน

โครงการผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติกกำลังเป็นที่สนใจในฐานะทางเลือกในการแก้วิกฤติพลังงานปัจจุบัน โดยเป็นกรณีศึกษาการจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจรในรูปแบบกระจายศูนย์ ผสานเทคโนโลยี MBT ที่สามารถคัดแยกและแปรรูปขยะมูลฝอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมผลิตเชื้อเพลิงขยะทั้งในรูปแบบเชื้อเพลิงแข็ง พลาสติก และเชื้อเพลิงผสม เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าหรือผลิตเป็นน้ำมันไพโรไลซิสด้วยเทคโนโลยีการเผาแบบไร้อากาศ ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การผลิตเป็นน้ำมันดีเซลและเบนซินใช้ในภาคเกษตรและขนส่ง

โครงการนำร่องที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะผู้บริหารสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน หรือ ส.กทอ. ได้ร่วมติดตามความคืบหน้าโครงการนำร่องการจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจรแบบกระจายศูนย์ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี หรือ มทส. จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้ดึง 4 องค์กรปกครองท้องถิ่นในจังหวัดนครราชสีมาเข้าร่วม และนำเทคโนโลยีกู้วิกฤติปัญหาขยะล้นเมือง เพื่อนำผลลัพธ์ที่ได้ไปต่อยอดด้วยการนำขยะพลาสติกไปผลิตเป็นน้ำมันและไฟฟ้าในอนาคต ถือเป็นอีกทางเลือกช่วยกู้วิกฤติพลังงานและเพิ่มนวัตกรรมให้ภาคเกษตรกรรมและขนส่งได้ใช้น้ำมันราคาถูกท่ามกลางความผันผวนจากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง

รายละเอียดโครงการ

นายอัมรินทร์ วงษ์พันธุ์ รองผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เปิดเผยว่า โครงการนำร่องดังกล่าวได้รับการจัดสรรเงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปีงบประมาณ 2558 วงเงิน 588,425,000 บาท เพื่อส่งเสริมสาธิตและนำร่องขยายผลเทคโนโลยีการจัดการขยะแบบครบวงจรของ มทส. ในจังหวัดนครราชสีมา ให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่นที่ประสบปัญหาวิกฤติด้านการจัดการขยะและมีความพร้อมรับเทคโนโลยี โดยมี อปท. นำร่อง 4 อำเภอหลัก ได้แก่ เทศบาลเมืองสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว เทศบาลเมืองเมืองปัก อำเภอปักธงชัย เทศบาลตำบลด่านขุนทด อำเภอด่านขุนทด และเทศบาลตำบลแชะ อำเภอครบุรี

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เทคโนโลยี SUT-MBT และไพโรไลซิส

กรณีศึกษาโครงการจัดการขยะชุมชนของ มทส. ใช้เทคโนโลยีบำบัดขยะมูลฝอยด้วยวิธีเชิงกลชีวภาพ หรือ SUT-MBT ซึ่งสามารถกำจัดขยะที่ได้รับจาก อปท. แห่งละ 25 ตันต่อวัน รวม 100 ตันต่อวัน และยังมีผลลัพธ์ที่ได้เป็นเชื้อเพลิง RDF ที่มีค่าความร้อนสูง เมื่อนำมาผ่านระบบไพโรไลซิสสามารถแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันไพโรไลซิส ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่การผลิตเป็นน้ำมันดีเซลและเบนซินได้

เทคโนโลยีไพโรไลซิสสามารถเปลี่ยนขยะพลาสติกปริมาณ 4-5 ตันต่อวันให้กลายเป็นน้ำมันดิบได้ถึง 5,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งสามารถนำไปกลั่นและใช้ในภาคขนส่งได้จริง โครงการผลิตน้ำมันจากขยะพลาสติกเป็นทางเลือกในการแก้วิกฤติพลังงานระดับประเทศ ช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในช่วงสถานการณ์ผันผวนของตลาดโลก

ประโยชน์ต่อชุมชนและเศรษฐกิจหมุนเวียน

หากมีการขยายผลผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบลที่มีอยู่ 8,000 แห่งทั่วประเทศ จะสามารถกระจายโอกาสในการเข้าถึงพลังงานไปยังระดับชุมชน โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมที่ต้องการพลังงานต้นทุนต่ำ อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาขยะสะสม ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เชื่อมโยงทั้งด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ถือเป็นอีกหนึ่งทางออกเชิงยุทธศาสตร์ในการรับมือวิกฤติพลังงานอย่างยั่งยืน

ประสิทธิภาพเชิงนวัตกรรมของเทคโนโลยี SUT-MBT

  • การลดความชื้นเร่งด่วน: สามารถลดความชื้นของขยะสดจาก 60% ให้เหลือต่ำกว่า 30% ได้ภายใน 15-30 วัน ซึ่งเร็วกว่าการหมักตามธรรมชาติ แก้ปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมทั้งเรื่องกลิ่นเหม็นและแมลงพาหะนำโรค
  • การผลิตเชื้อเพลิงคุณภาพสูง: ขยะที่ผ่านกระบวนการจะถูกแปรรูปเป็นเชื้อเพลิงขยะที่มีค่าความร้อนสูง เหมาะสำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้า
  • วัสดุปรับปรุงดิน: ผลพลอยได้จากการคัดแยกส่วนอินทรีย์สารจะถูกนำมาผลิตเป็นปุ๋ยคืนสู่ภาคการเกษตรในพื้นที่ เป็นการหมุนเวียนทรัพยากรกลับสู่ชุมชน 100%
  • ระบบไพโรไลซิส: นำขยะพลาสติก 4-5 ตันมาผ่านกระบวนการเผาแบบไร้อากาศที่อุณหภูมิ 300-500 องศาเซลเซียส เพื่อผลิตน้ำมันไพโรไลซิสได้ถึง 5,000 ลิตรต่อวัน ซึ่งสามารถนำไปกลั่นและใช้ในภาคการเกษตรสำหรับเครื่องจักรทางการเกษตร ภาคขนส่งหรืออุตสาหกรรม
  • โรงไฟฟ้าพลาสมาแก๊สซิฟิเคชั่น: เป็นการต่อยอดเทคโนโลยีการเผาไหม้ที่สะอาดและมีประสิทธิภาพสูง เพื่อผลิตไฟฟ้าขนาด 1.2 เมกะวัตต์ โดยใช้เชื้อเพลิงจากขยะ RDF ที่โครงการผลิตขึ้นเอง ถือเป็นการสร้างระบบพึ่งพาตนเองด้านพลังงานที่ครบวงจรที่สุดแห่งหนึ่งของไทย

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

ปัจจุบันโครงการนำร่องการจัดการขยะชุมชนแบบครบวงจรแบบกระจายศูนย์ทั้ง 4 ศูนย์ ช่วยบรรเทาปัญหาวิกฤติขยะจังหวัดนครราชสีมาได้กว่า 180 ตันต่อวัน หรือ 21,600 ตันต่อเดือน นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยฯ ได้จัดทำระบบการบริหารจัดการโรงงาน พร้อมจัดอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีเตรียมความพร้อมให้แก่เจ้าหน้าที่ของ อปท. ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และได้วางแผนการบริหารจัดการธุรกิจการบริหารผลพลอยได้หรือผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง RDF ปุ๋ยอินทรีย์หรือวัสดุปรับปรุงดิน ในลักษณะวิสาหกิจชุมชนและในรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสม พร้อมคอยกำกับและให้คำปรึกษาในการควบคุมคุณภาพของผลผลิตของผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง RDF

นายอัมรินทร์ย้ำว่า โครงการที่ มทส. คือตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมในการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลจากต่างประเทศ กองทุนอนุรักษ์พลังงานจึงจะเน้นการสนับสนุนโครงการที่มีลักษณะเป็นต้นแบบความสำเร็จและมีแผนการบริหารจัดการที่ยั่งยืนเช่นนี้ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่าสูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป