ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ โดยได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศหลายประการ เช่น การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ และปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติบโต
รายงานระบุว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวได้ประมาณ 2.8-3.3% ซึ่งต่ำกว่าระดับศักยภาพที่ควรจะอยู่ที่ 4-5% โดยปัจจัยสำคัญที่กดดันการเติบโต ได้แก่ การส่งออกที่ชะลอตัวตามอุปสงค์โลก การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด และการลงทุนภาคเอกชนที่ยังไม่กลับมาแข็งแรง นอกจากนี้ หนี้สินครัวเรือนที่สูงถึง 90% ของ GDP ยังเป็นอุปสรรคต่อการบริโภคและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เสนอแนะให้รัฐบาลเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเน้นการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการผลิตภายในประเทศ รวมถึงการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ
- การลงทุนในเทคโนโลยี: ส่งเสริมการใช้ดิจิทัลและระบบอัตโนมัติในภาคการผลิตและบริการ
- การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์: ยกระดับทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดยุคใหม่
- การปรับปรุงกฎระเบียบ: ลดขั้นตอนและอุปสรรคทางกฎหมายเพื่อส่งเสริมการลงทุน
นอกจากนี้ รายงานยังเน้นถึงความจำเป็นในการสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยการบริหารจัดการหนี้สาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพ และการรักษาวินัยทางการคลัง
มุมมองต่อภาคการเงิน
ในส่วนของภาคการเงิน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยควรคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันต้องติดตามความเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือนและหนี้เสียที่อาจเพิ่มขึ้น
สำหรับภาคธุรกิจ ควรปรับตัวโดยการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และมองหาโอกาสในตลาดใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูง เช่น จีน อินเดีย และอาเซียน
สรุปแล้ว การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนเพื่อให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและรับมือกับความท้าทายในอนาคต



