ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเปิดเผยภาพรวมความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทยในช่วงสัปดาห์วันที่ 1-5 มิถุนายน 2569 ว่า ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อย ขณะที่นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางตลาดการเงินโลก
บาทอ่อนค่าจากตะวันออกกลางไร้ข้อสรุป
ในช่วงต้นสัปดาห์ เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เนื่องจากตลาดรอดูพัฒนาการของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ก่อนที่เงินบาทจะเริ่มทยอยอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์ สอดคล้องกับการปรับตัวลดลงของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังไม่มีข้อยุติ
ความกังวลดังกล่าวยังเชื่อมโยงไปถึงแนวโน้มราคาน้ำมันที่อาจทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ และทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับสูงต่อไป หรืออาจต้องพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายสัปดาห์เงินบาทกลับมาเคลื่อนไหวในกรอบแคบอีกครั้ง หลังเงินดอลลาร์ขาดปัจจัยหนุนใหม่ เนื่องจากตลาดรอประเมินตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญต่อทิศทางนโยบายการเงินของเฟด
กรอบบาทสัปดาห์หน้า 32.30-33.00 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับสัปดาห์วันที่ 8-12 มิถุนายน 2569 ธนาคารกสิกรไทยคาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-33.00 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินทุนต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนพฤษภาคมของสหรัฐฯ ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีน ทั้งตัวเลขการส่งออก CPI และ PPI
หุ้นไทยบวก 6 สัปดาห์ติด แต่เริ่มเผชิญแรงขายทำกำไร
ด้านตลาดหุ้นไทย SET Index ยังคงปิดบวกได้ต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 แม้ว่าจะเผชิญแรงขายในช่วงท้ายสัปดาห์ก็ตาม ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงต้นสัปดาห์จากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งส่วนหนึ่งคาดว่าเป็นผลจากการซื้อคืนหลังการปรับพอร์ตตามการคำนวณดัชนี MSCI Rebalance เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
โดยเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้ากระจายไปยังหุ้นขนาดใหญ่หลายกลุ่มอุตสาหกรรม หนึ่งในกลุ่มที่ได้รับแรงหนุนโดดเด่นคือกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งยังได้อานิสงส์จากกระแสการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก
ระหว่างสัปดาห์ SET Index สามารถทะลุระดับ 1,600 จุดได้ชั่วคราว และขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี 2 เดือนที่ 1,607.25 จุด อย่างไรก็ตาม ดัชนีเริ่มลดช่วงบวกลงในช่วงปลายสัปดาห์ สอดคล้องกับทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาค แรงกดดันสำคัญมาจากการขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง รวมถึงความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ โดยยังมีรายงานการโจมตีในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้
แนวรับ-แนวต้าน SET Index สัปดาห์หน้า
สำหรับสัปดาห์วันที่ 8-12 มิถุนายน 2569 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยประเมินว่า SET Index มีแนวรับที่ 1,560 และ 1,550 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,610 และ 1,625 จุด ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามยังคงเป็นสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ข้อมูล GDP ไตรมาส 1/2569 และดัชนีราคาผู้ผลิตของญี่ปุ่น รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจจีนเดือนพฤษภาคม โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออก และผลการประชุม ECB ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางตลาดการเงินทั่วโลกในระยะถัดไป



