Aura Wellness โชว์ผลประกอบการแข็งแกร่งในปี 2568 ด้วยรายได้รวม 1,746 ล้านบาท เติบโต 81% และกำไรสุทธิ 214 ล้านบาท เติบโต 74% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ความสำเร็จนี้ดึงดูดความสนใจจากกองทุนยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Fullerton Fund Management จากสิงคโปร์ ซึ่งเป็นกองทุนภายใต้กลุ่ม Temasek ให้เข้ามาร่วมทุน สะท้อนศักยภาพของธุรกิจความงามและสุขภาพไทยที่กำลังก้าวสู่การเป็น New Economy ขับเคลื่อน GDP ของประเทศ
เปิดอาณาจักร Multi-Brand สู่ความสำเร็จที่จับต้องได้
Aura Wellness ดำเนินธุรกิจมากว่า 10 ปี ภายใต้กลยุทธ์ Multi-Brand ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย Aura Bangkok Clinic, Aura Xpress และ AURASOL Wellness & Spa โดย Aura Bangkok Clinic มียอดขายต่อสาขาสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาดถึง 3 เท่า ขณะที่ Aura Xpress ทำรายได้ทะลุ 100 ล้านบาทภายในครึ่งปีแรก ความสำเร็จนี้ทำให้ Fullerton Fund Management เลือก Aura Wellness เป็นบริษัทไทยเพียงรายเดียวในกลุ่ม Wellness ที่เข้าร่วมพอร์ตการลงทุนมูลค่า 3,800 ล้านบาท
การร่วมทุนเชิงกลยุทธ์กับ Fullerton
เจตบดินทร์ ประคุณศึกษาพันธ์ ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Aura Wellness เปิดเผยว่า การร่วมทุนครั้งนี้เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ โดย Fullerton ถือหุ้น 2.857% ในส่วนหุ้นส่วนตัว ไม่ส่งผลต่อโครงสร้างผู้บริหาร โดยกลุ่มผู้ก่อตั้งยังถือหุ้นมากกว่า 90% การร่วมทุนนี้ไม่เพียงเพิ่มความน่าเชื่อถือ แต่ยังเปิดประตูสู่เครือข่ายระดับสากล และช่วยปรับโครงสร้างธุรกิจให้พร้อมแข่งขันในระดับภูมิภาค
4 ปัจจัยเด่นที่ทำให้ Aura Wellness เข้าตา Fullerton
- การกระจายการเติบโตที่แม่นยำ: ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าผ่านหลายแบรนด์
- ความได้เปรียบเชิงโครงสร้างต้นทุน: มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ
- ระบบบริหารจัดการที่โปร่งใสและมั่นคง: ได้มาตรฐานสากล
- วัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง: มุ่งเน้นคุณภาพและผลลัพธ์
อนิศา กีรติวรนันท์ ตัวแทนจาก Fullerton Fund กล่าวว่า Aura Wellness ได้รับการคัดเลือกเพราะศักยภาพของไทยในฐานะ Wellness Destination โดยเฉพาะคุณภาพบุคลากรทางการแพทย์และเทรนด์ T-Beauty ที่กำลังมาแรง
แผนการเติบโตในอนาคต
Aura Wellness มีแผนขยายสาขาแบรนด์ละ 4-7 แห่งต่อปี เพื่อรองรับอุปสงค์จาก Medical Tourism ที่เติบโตเฉลี่ย 10.49% ต่อปี นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างศึกษาเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) โดยมี Fullerton เป็นพันธมิตรช่วยวางรากฐานให้แข็งแกร่ง
เคล็ดลับปั้นธุรกิจให้โดนใจกองทุนต่างชาติ
เจตบดินทร์ แนะนำว่า ผู้ประกอบการควรวางรากฐานธุรกิจให้โปร่งใสและตรวจสอบได้ตั้งแต่เริ่มต้น พร้อมสร้างโมเดลที่สามารถขยายตัวได้อย่างไร้ขีดจำกัด เพื่อดึงดูดความสนใจจากกองทุนระดับโลก



