คลังไทยลุยเจรจาญี่ปุ่น-จีน ดึงทุน EV-AI สู่ไทย ผงาดฮับเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ในระหว่างการเข้าร่วมการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ Spring Meetings ประจำปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ดำเนินการหารือทวิภาคีอย่างเข้มข้นกับผู้นำเศรษฐกิจจากสองประเทศมหาอำนาจในเอเชีย เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยมุ่งเป้าดึงเม็ดเงินลงทุนยกระดับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งจะช่วยผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางฐานการผลิตยุคใหม่ในภูมิภาค
ไทย-ญี่ปุ่นจับมือลุยเศรษฐกิจสีเขียว ยกระดับผลิตภาพการผลิต
ในการหารือทวิภาคีร่วมกับ Ms. Satsuki Katayama รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของประเทศญี่ปุ่น ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปัจจุบันอย่างละเอียด รวมถึงแบ่งปันประสบการณ์ด้านการยกระดับผลิตภาพ (Productivity) และการปฏิรูปเศรษฐกิจผ่านการออกกฎระเบียบที่เอื้อต่อการเติบโตของเทคโนโลยีใหม่ๆ นอกจากนี้ ยังได้เห็นพ้องถึงความสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของฐานการผลิตญี่ปุ่นในประเทศไทย โดยเฉพาะท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งทางญี่ปุ่นได้ย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ การพัฒนาทักษะแรงงาน และการลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน
ดึงกลุ่มทุนจีนลุย EV-AI ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลในภูมิภาค
ในโอกาสเดียวกัน นายเอกนิติ ยังได้ร่วมหารือทวิภาคีกับ นายหลาน ฝัว อัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยทั้งสองฝ่ายได้ร่วมแลกเปลี่ยนทรรศนะด้านเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้ง พร้อมมองเห็นโอกาสที่ตรงกันในการขยายความร่วมมือสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ (Robotics) และเศรษฐกิจสีเขียว ฝ่ายจีนได้ส่งสัญญาณและชี้ให้เห็นชัดเจนว่า แนวโน้มเม็ดเงินการลงทุนจากจีนในกลุ่มประเทศอาเซียน รวมถึงประเทศไทย จะยังคงมุ่งเป้าและให้น้ำหนักไปที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีดิจิทัลซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกยุคใหม่
การหารือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมภายในประเทศให้ทันสมัยและแข่งขันได้ในระดับสากล โดยเน้นไปที่เทคโนโลยีที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว



