เจาะลึก INETREIT กองทรัสต์ดิจิทัล REIT แห่งแรกของไทย
เจาะลึก INETREIT กองทรัสต์ดิจิทัล REIT แห่งแรกของไทย

ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล หรือ Data Center กลายเป็นสินทรัพย์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมากในยุคปัจจุบัน เนื่องจากการขับเคลื่อนของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ การประมวลผลแบบคลาวด์ และข้อมูลขนาดใหญ่ ส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวมีความสำคัญไม่แพ้ระบบไฟฟ้าหรือระบบสื่อสารในอดีต ประเทศไทยเองก็กำลังเร่งลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์อย่างจริงจัง และหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือ INETREIT กองทรัสต์กองแรกและกองเดียวของไทยที่ลงทุนในศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลทั้งหมด

โมเดลการลงทุนที่แตกต่างจากกองทรัสต์ทั่วไป

สิ่งที่ทำให้ INETREIT แตกต่างจากกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปคือ สินทรัพย์ที่ลงทุนไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า โรงแรม หรืออาคารสำนักงาน แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล โดยสินทรัพย์หลักของ INETREIT คือ ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลไอเน็ต แห่งที่ 3 เฟสที่ 1 และ 2 ในจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลระดับใหญ่ที่รองรับบริการคลาวด์ การเช่าพื้นที่วางระบบ และโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์

รายได้ของ INETREIT เกิดจากการให้เช่าพื้นที่และระบบโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีระยะยาวแก่ผู้เช่าหลักเพียงรายเดียวคือ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET โดยมีเงื่อนไขค่าเช่าปรับเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ทุกปี สะท้อนถึงความมั่นคงสูงจากสัญญาระยะยาว ทำให้กองทรัสต์สามารถคาดการณ์กระแสเงินสดได้ค่อนข้างชัดเจน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่ง นี่ถือเป็นความเสี่ยงเชิงการกระจุกตัว เนื่องจากรายได้หลักยังผูกพันกับผู้เช่าเพียงรายเดียว หากธุรกิจของ INET ชะลอตัวในอนาคต อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของกองทรัสต์โดยตรง แต่ในปัจจุบัน INET ในฐานะผู้เช่าหลักยังอยู่ในช่วงขยายตัวตามตลาดคลาวด์ของไทยที่เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังการลงทุนในโครงการ INET-IDC3 เฟสที่ 2 ซึ่งเป็นส่วนขยายที่เพิ่มตู้วางระบบได้อีก 246 ตู้ รองรับความต้องการจากองค์กรและภาครัฐที่กำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

กำไรเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนความสำเร็จของโครงการ

หากย้อนดูผลประกอบการของ INETREIT ในปีที่ผ่านมา จะเห็นว่ากองทรัสต์มีแนวโน้มการเติบโตที่ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะหลังการขยายการลงทุนในโครงการ INET-IDC3 อย่างต่อเนื่อง ในปี 2566 มีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 310.01 ล้านบาท ปี 2567 มีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 435.97 ล้านบาท และปี 2568 มีรายได้จากการลงทุนสุทธิ 551.65 ล้านบาท

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า INETREIT กำลังเข้าสู่ช่วงการขยายขนาดของธุรกิจศูนย์ปฏิบัติการข้อมูล หลังจากโครงสร้างพื้นฐานเริ่มถูกใช้งานมากขึ้นตามการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภายในประเทศ และภาพดังกล่าวเริ่มชัดเจนขึ้นอีกครั้งในงบไตรมาสแรกของปี 2569 โดย INETREIT มีรายได้รวมอยู่ที่ 241.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 43.70 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรจากการลงทุนสุทธิทำได้ 203.07 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 57.14 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ปัจจัยสำคัญมาจากการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการ INET-IDC3 เฟสที่ 2 ซึ่งแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2568 และเริ่มรับรู้รายได้อย่างเต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก การลงทุนดังกล่าวช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับลูกค้าผ่านตู้วางระบบเพิ่มอีก 246 ตู้ พร้อมโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการประมวลผลแบบคลาวด์ การเช่าพื้นที่วางระบบ และงานด้านปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น

จุดแข็งที่แท้จริงคือการสร้างกระแสเงินสดให้ผู้ลงทุน

นอกเหนือจากการเป็นกองทรัสต์ไทยกองแรกที่จ่ายปันผลรายเดือน ซึ่งสร้างความโดดเด่นและแตกต่างจากกองทรัสต์ทั่วไปแล้ว จุดแข็งที่แท้จริงของ INETREIT คือรายได้ที่ผูกพันกับโครงสร้างพื้นฐานซึ่งมีแนวโน้มความต้องการในการใช้งานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเศรษฐกิจดิจิทัลเติบโต ความต้องการคลาวด์และศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลก็ยิ่งสูงขึ้นตาม

INETREIT จึงไม่ได้เป็นเพียงกองทรัสต์ที่สร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ แต่กำลังอยู่บนกระแสเดียวกับปัญญาประดิษฐ์และอธิปไตยทางข้อมูล ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของไทยและหลายประเทศทั่วโลก โดยมีอัตราผลตอบแทนจากปันผลเฉลี่ยสูงสุดประมาณร้อยละ 8 ต่อปี อ้างอิงจากข้อมูลรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา

แนวโน้มการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลล่าสุดระบุว่าตลาดศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลไทยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมประมาณร้อยละ 4.8 และจะมีมูลค่าสูงกว่า 91,787 ล้านบาทในปี 2570 ขณะที่ตลาดคลาวด์สาธารณะไทยเติบโตสูงถึงร้อยละ 20.56 ต่อปี นี่คือภาพสะท้อนว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลครั้งใหญ่

สำหรับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนสม่ำเสมอและต้องการมีส่วนร่วมในการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล INETREIT ถือเป็นสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์ได้ครบ ทั้งในแง่ความมั่นคงของรายได้ โอกาสเติบโตระยะยาว และนโยบายปันผลรายเดือนที่ไม่เหมือนใคร