แบงก์ชาติจีนประกาศลดดอกเบี้ย LPR เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
แบงก์ชาติจีนลดดอกเบี้ย LPR กระตุ้นเศรษฐกิจ

ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปี ลง 0.10% สู่ระดับ 3.35% และประเภท 5 ปี ลง 0.10% สู่ระดับ 3.85% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป การปรับลดครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและสนับสนุนตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ซบเซา

รายละเอียดการปรับลดดอกเบี้ย

อัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปี ซึ่งเป็นเกณฑ์อ้างอิงสำหรับสินเชื่อภาคธุรกิจและครัวเรือนส่วนใหญ่ ปรับลดลง 0.10% สู่ระดับ 3.35% ขณะที่อัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปี ซึ่งใช้เป็นเกณฑ์สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัย ปรับลดลง 0.10% สู่ระดับ 3.85% การปรับลดครั้งนี้เป็นไปตามการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ หลังจากธนาคารกลางจีนได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะกลาง (MLF) ก่อนหน้านี้

ผลกระทบต่อตลาดการเงิน

หลังจากประกาศดังกล่าว ดัชนีตลาดหุ้นในเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นจีนที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์มองว่าการปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้จะช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและครัวเรือน ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุน นอกจากนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลจีนพร้อมที่จะใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มุมมองของนักเศรษฐศาสตร์

นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่งแสดงความเห็นว่าการปรับลดดอกเบี้ย LPR ครั้งนี้เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อรับมือกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงเผชิญกับปัญหาหนี้สินและอุปสงค์ที่อ่อนแอ อย่างไรก็ดี การปรับลดดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจ และจำเป็นต้องมีมาตรการทางการคลังเพิ่มเติม เช่น การเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาลและการลดภาษี

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวโน้มเศรษฐกิจจีนในระยะต่อไป

ธนาคารกลางจีนส่งสัญญาณว่าจะยังคงดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไปในระยะข้างหน้า เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยอาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและอัตราการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของมาตรการเหล่านี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ เช่น ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน รวมถึงสถานการณ์ภายนอกประเทศ