พาณิชย์-อว. ตั้งคณะทำงานหนุนสินค้าเกษตรและ SME เพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรม
พาณิชย์-อว. ตั้งคณะทำงานหนุนสินค้าเกษตร-SME เพิ่มมูลค่า

พาณิชย์-อว. เตรียมตั้งคณะทำงาน หนุนสินค้าเกษตรและ SME เพิ่มมูลค่า

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ว่าทั้งสองกระทรวงเห็นพ้องในการบูรณาการความร่วมมือ โดยนำจุดแข็งของ อว. ด้านงานวิจัย เทคโนโลยี และองค์ความรู้ มาต่อยอดกับภารกิจของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านการตลาด และยกระดับมูลค่าสินค้าไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและสินค้า SME ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ

แนวทางความร่วมมือ 4 ประเด็นสำคัญ

นางศุภจีระบุว่าแนวทางความร่วมมือจะเน้นอย่างน้อย 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

  • การนำนวัตกรรมของ อว. มายกระดับสินค้าเกษตรและสินค้า SME
  • การสร้างระบบนิเวศด้านวิจัยและพัฒนาให้สามารถแปลงเป็นมูลค่าทางการตลาดได้จริง ทั้งภายในและต่างประเทศ
  • การใช้เทคโนโลยีและงานวิจัยมาช่วยปรับปรุงกฎระเบียบให้มีความรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • การเชื่อมโยงการทำงานเดิมของทั้งสองกระทรวงให้เกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรมได้เร็วขึ้น

โดยย้ำว่าไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่ แต่เป็นการต่อยอดจากสิ่งที่ทั้งสองหน่วยงานดำเนินการอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังเตรียมเร่งดำเนินการยกระดับสินค้ากลุ่มเป้าหมาย โดยใช้เครือข่ายของ อว. เข้ามาช่วยพัฒนาองค์ความรู้ ถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึง Upskill และ Reskill ผู้ประกอบการและชุมชน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผลักดัน IP Finance ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาค้ำประกันเงินกู้

ทั้งสองกระทรวงยังเดินหน้าแนวคิด “IP Finance” เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินทางปัญญา เช่น สิทธิบัตร มาใช้เป็นหลักประกันในการเข้าถึงแหล่งทุน โดยจะประสานงานกับกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เพื่อให้ทรัพย์สินทางปัญญาสร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจได้จริง

แผนงาน 2 ระยะ แก้เศรษฐกิจระยะสั้นและปูทางเศรษฐกิจมูลค่าสูง

ด้านนายยศชนันระบุว่าความร่วมมือระหว่างสองกระทรวงจะแบ่งเป็น 2 ระยะหลัก โดยระยะเร่งด่วนจะมุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน โดยเฉพาะการเพิ่มมูลค่าราคาสินค้า SME ผ่านการใช้แพลตฟอร์มของ อว. ทั้งมหาวิทยาลัยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและสร้างอาชีพ ขณะที่ระยะที่ 2 การวางรากฐานจะมุ่งสู่การสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูง โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ทั้งด้านคุณภาพและความรวดเร็วในการจดทะเบียน พร้อมตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อขับเคลื่อนในเชิงระบบ รวมถึงต่อยอดมาตรการ Fast Track ที่มีอยู่แล้วในบางสาขา เช่น การแพทย์และอาหาร เพื่อขยายผลให้ครอบคลุมมากขึ้น และสนับสนุนให้ทรัพย์สินทางปัญญาของไทยสามารถแข่งขันและสร้างมูลค่าได้ในระดับสากล