เงินเฟ้อไทยมี.ค.ลด 0.08% ต่อเนื่อง 12 เดือน รัฐตรึงดีเซลช่วยชะลอต้นทุน
เงินเฟ้อมี.ค.ลด 0.08% รัฐตรึงดีเซลช่วยชะลอต้นทุน

เงินเฟ้อไทยมีนาคมลด 0.08% ต่อเนื่อง 12 เดือน รัฐตรึงดีเซลช่วยชะลอต้นทุน

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยในเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ 100.27 เทียบกับเดือนมีนาคม 2568 ลดลง 0.08% ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 นับจากเดือนเมษายน 2568 สาเหตุหลักมาจากราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศยังถูกจำกัดการปรับเพิ่มขึ้นจากมาตรการตรึงราคาของรัฐบาลในช่วงครึ่งเดือนแรก ก่อนจะทยอยปรับขึ้นในช่วงปลายเดือน ทำให้ไม่มีผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าในทันที เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ยังเป็นสต็อกเก่า

ปัจจัยหนุนเงินเฟ้อลดลงและปรับเพิ่มขึ้น

เงินเฟ้อที่ลดลงในเดือนมีนาคม มาจากหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 0.34% จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ เช่น สินค้ากลุ่มพลังงาน (ค่ากระแสไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง) ของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว น้ำยาระงับกลิ่นกาย โฟมล้างหน้า ครีมนวดผม กระดาษชำระ) เสื้อผ้า (เสื้อยืดบุรุษ สตรี และเด็ก เสื้อเชิ้ตบุรุษและสตรี กางเกงขายาวบุรุษและสตรี) ค่าจ้างเหมาช่างไฟฟ้า และค่าห้องพักโรงแรม ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาสูงขึ้น อาทิ รถยนต์ ค่าเช่าบ้าน ค่าโดยสารเครื่องบิน (ต่างประเทศ) ค่าทัศนาจรต่างประเทศ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า และค่าบริการขนขยะ

ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.34% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ เช่น อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว) เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟร้อน/เย็น กาแฟผงสำเร็จรูป เครื่องดื่มรสช็อกโกแลต) ปลาและสัตว์น้ำ (ปลาทู ปลาช่อน) ข้าวสารเจ้า ผักสด (มะนาว ต้นหอม ผักชี มะละกอดิบ ผักกาดขาว พริกสด มะเขือ) และผลิตภัณฑ์น้ำตาล (ขนมหวาน ไอศกรีม) โดยมีสินค้าหลายรายการราคาลดลง เช่น เนื้อสุกร น้ำมันพืช ข้าวสารเหนียว ผลไม้สด (ทุเรียน แตงโม มะพร้าวอ่อน มะม่วง กล้วยหอม) และซอสหอยนางรม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวโน้มเงินเฟ้อไตรมาส 2 ขยับแรงจากราคาน้ำมันและสินค้าเกษตร

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อไตรมาส 2 ของปี 2569 จะกลับมาเป็นบวก ซึ่งจะเริ่มเห็นตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป จากแรงกดดันจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด โดยเฉพาะดีเซลที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ลิตรละ 50.54 บาท ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรบางรายการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผักสดและไข่ไก่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน ส่งผลให้ผลผลิตลดลงในบางช่วง ราคาเนื้อสัตว์ปรับสูงขึ้น ทั้งเนื้อสุกรและเนื้อไก่ จากต้นทุนอาหารสัตว์และต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น ค่าโดยสารทางอากาศปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ จากผลของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ประกอบกับจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ยังไม่กลับสู่ระดับปกติ และแรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ประกอบการ

ทั้งนี้ผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มส่งสัญญาณปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ส่วนปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่ากระแสไฟฟ้า และราคาผลไม้สดที่สำคัญในประเทศยังฟื้นตัวอย่างช้า ๆ

ปรับเป้าเงินเฟ้อใหม่ 1.5-2.5% จากสถานการณ์ราคาน้ำมัน

จากปัจจัยดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 จากเดิมระหว่าง 0.0–1.0% (ค่ากลาง 0.5) เป็นระหว่าง 1.5–2.5% (ค่ากลาง 2.0) โดยไตรมาส 2 เพิ่ม 3.67% ไตรมาส 3 เพิ่ม 2.24% และไตรมาส 4 เพิ่ม 2.48% ซึ่งประเมินจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาน้ำมันจะสูง 2 เดือน แต่ถ้าสูงกว่านี้ เงินเฟ้อ ก็จะขยับขึ้นไปเป็น 2.5-3.5% โดยไตรมาส 2 เพิ่ม 5.78% ไตรมาส 3 เพิ่ม 3.85% และไตรมาส 4 เพิ่ม 4.15%

สนค. ประเมินว่า ราคาสินค้าจะมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งน้ำมันและวัตถุดิบ โดยกลุ่มที่จะปรับขึ้นราคา 0-5% ได้แก่ กะทิสำเร็จรูป เครื่องปรุงรส เกลือป่น น้ำปลา ซอสหอยนางรม น้ำดื่มบริสุทธิ์ กาแฟสำเร็จรูปพร้อมดื่ม ชาสำเร็จรูปพร้อมดื่ม ผงซักฟอก น้ำยาล้างห้องน้ำ ถุงดำใส่ขยะ ถุงใส่ขยะ สบู่ถูตัว แชมพู แปรงสีฟัน ใบมีดโกน กระดาษชำระ ครีมนวดผม ผ้าอนามัย ผ้าอ้อมสำเร็จรูป (แพมเพิส) และกลุ่มที่จะปรับขึ้น 5-10% ได้แก่ น้ำมันพืช อาจมากกว่า 10% ซีอิ๊ว ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ กะปิ กาแฟผงสำเร็จรูป น้ำอัดลม น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน และยาสีฟัน