ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเตรียมรับสิทธิเพิ่มเติม หลังกรมบัญชีกลางประกาศมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพ ด้วยการเพิ่มวงเงิน 100 บาท เป็นระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน ถึง 12 พฤษภาคม 2569 โดยสามารถใช้จ่ายผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดได้ทันที
รายละเอียดสิทธิในเดือนพฤษภาคม 2569
นายธนะโชค รุ่งธิปานนท์ รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 ผู้มีสิทธิสามารถใช้สิทธิผ่านบัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ด ซึ่งในเดือนพฤษภาคม 2569 จะได้รับสิทธิ ดังนี้
วันที่ 1 พฤษภาคม 2569
- วงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค 300 บาทต่อคนต่อเดือน
- มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพ 100 บาท (ระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569)
- วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน (เมษายน - มิถุนายน 2569)
- วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อคนต่อเดือน (ได้แก่ บขส. รถไฟ ขสมก. รถไฟฟ้า และรถโดยสารเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ)
สิทธิทั้งหมดนี้ไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569
- เงินเพิ่มเบี้ยความพิการ 200 บาทต่อเดือน สำหรับผู้มีสิทธิที่เป็นคนพิการ ซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับเบี้ยความพิการ 800 บาทต่อเดือน โดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้มีสิทธิหรือผู้รับมอบอำนาจที่ใช้รับเงินเบี้ยความพิการ 800 บาท
เงื่อนไขการใช้สิทธิ
ผู้มีสิทธิสามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชนแบบสมาร์ทการ์ดเพื่อรับสิทธิผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยวงเงินที่ได้รับจะถูกเติมเข้าบัตรทุกวันที่ 1 ของเดือน ยกเว้นมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพ 100 บาท ที่มีระยะเวลาเฉพาะตามที่กำหนด
สำหรับผู้พิการที่ได้รับเบี้ยความพิการ 800 บาทต่อเดือนอยู่แล้ว จะได้รับเงินเพิ่มอีก 200 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน โดยเงินส่วนนี้จะโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือบัญชีที่ใช้รับเงินเบี้ยความพิการเดิม
ผลกระทบต่อค่าครองชีพ
มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลในการลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งคาดว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่



