สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลได้เปิดเผยผลประกอบการทางการเงินสำหรับฤดูกาล 2022-23 ซึ่งสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม 2566 โดยมีรายได้รวมสูงถึง 5,945 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากฤดูกาลก่อนหน้าที่มีรายได้ 5,177 ล้านปอนด์ การเติบโตนี้มีปัจจัยหลักจากการกลับมาของแฟนบอลในสนามอย่างเต็มรูปแบบหลังการระบาดของโควิด-19 รวมถึงรายได้จากการถ่ายทอดสดและกิจกรรมเชิงพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้น
รายละเอียดรายได้จำแนกตามแหล่งที่มา
รายได้จากการแข่งขันในบ้านเพิ่มขึ้นเป็น 1,025 ล้านปอนด์ จากเดิม 868 ล้านปอนด์ คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 18 ขณะที่รายได้จากการถ่ายทอดสดเพิ่มขึ้นเป็น 2,542 ล้านปอนด์ จาก 2,335 ล้านปอนด์ คิดเป็นร้อยละ 9 ส่วนรายได้เชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นเป็น 2,378 ล้านปอนด์ จาก 1,974 ล้านปอนด์ คิดเป็นร้อยละ 20 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับแหล่งรายได้อื่น
ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
ต้นทุนค่าจ้างผู้เล่นและพนักงานเพิ่มขึ้นเป็น 3,731 ล้านปอนด์ จาก 3,320 ล้านปอนด์ คิดเป็นร้อยละ 12 ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 63 ของรายได้รวม ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอื่นๆ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง
กำไรสุทธิและฐานะการเงิน
หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว ลิเวอร์พูลมีกำไรก่อนหักภาษี 101 ล้านปอนด์ และกำไรสุทธิหลังหักภาษี 75 ล้านปอนด์ หนี้สินสุทธิของสโมสรลดลงเหลือ 120 ล้านปอนด์ จาก 150 ล้านปอนด์ในปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ
การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน
สโมสรยังคงลงทุนในสนามแอนฟิลด์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายอัฒจันทร์ฝั่ง Anfield Road ซึ่งแล้วเสร็จในฤดูกาล 2023-24 ทำให้ความจุเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 61,000 ที่นั่ง การลงทุนนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้จากตั๋วเข้าชมและกิจกรรมภายในสนามในอนาคต
มุมมองจากผู้บริหาร
แอนดี้ ฮิวจ์ส กรรมการผู้จัดการของลิเวอร์พูลกล่าวว่า ผลประกอบการที่แข็งแกร่งนี้เป็นผลมาจากการทำงานหนักของทีมงานทุกคน และความภักดีของแฟนบอลทั่วโลก สโมสรยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างความยั่งยืนทางการเงินเพื่อสนับสนุนความสำเร็จในสนามและการพัฒนาชุมชน
การประกาศผลประกอบการครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ลิเวอร์พูลในระดับโลก ซึ่งช่วยดึงดูดพันธมิตรทางธุรกิจและสปอนเซอร์รายใหญ่ ส่งผลให้รายได้เชิงพาณิชย์เติบโตอย่างต่อเนื่อง



