เงินบาทเปิดเช้าอ่อนค่าลงเล็กน้อยที่ 31.10 บาท/ดอลลาร์ แม้ดอลลาร์แข็งค่าจากข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ
เงินบาทเปิดเช้าอ่อนค่าลงเล็กน้อยที่ 31.10 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทเปิดเช้าอ่อนค่าลงเล็กน้อยที่ 31.10 บาท/ดอลลาร์ แม้ดอลลาร์แข็งค่าจากข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ

เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยแทบไม่เปลี่ยนแปลง จากระดับปิดของวันที่ผ่านมาที่ 31.07 บาทต่อดอลลาร์ ตามการเปิดเผยของนายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางชัดเจน แกว่งตัวในกรอบ 31.00-31.24 บาทต่อดอลลาร์ แม้จะมีจังหวะอ่อนค่าลงเข้าใกล้โซนแนวต้าน 31.30 บาทต่อดอลลาร์มากขึ้น

ปัจจัยหนุนดอลลาร์แข็งค่าจากตลาดแรงงานสหรัฐฯ

การอ่อนค่าของเงินบาทในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังรายงานยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้นกว่า 1.3 แสนราย สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 6.6 หมื่นราย อีกทั้งอัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 4.3% ดีกว่าคาดที่ระดับ 4.4% ส่งผลให้เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้น พร้อมกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และกดดันราคาทองคำ (XAUUSD) ให้ย่อตัวลง ตามการปรับลดความคาดหวังของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด

ล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาสเพียง 12% ที่เฟดจะสามารถลดดอกเบี้ยได้ 3 ครั้งในปีนี้ จากราว 40% ในช่วงก่อนรับรู้ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทถูกชะลอลงบ้าง หลังเงินดอลลาร์เผชิญแรงกดดันจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลง สวนทางกับตลาดหุ้นฝั่งยุโรป นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ยังคงช่วยหนุนให้ราคาทองคำสามารถทยอยรีบาวด์สูงขึ้น และมีส่วนช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมา

บรรยากาศตลาดการเงินสหรัฐฯ ยังระมัดระวัง

บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวังตัว หลังรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาดไปมาก กอปรกับถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดซึ่งต่างย้ำจุดยืนไม่เร่งรีบปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม ได้ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด กดดันบรรดาหุ้นเทคฯ อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังพอได้แรงหนุนต่อเนื่องตามการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน ตามการทยอยปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันดิบในช่วงนี้ จากประเด็นความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.01% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ลดลง -0.16%

ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 4.20% ตามการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ตามรายงานข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ล่าสุดที่ออกมาดีกว่าคาดชัดเจน อย่างไรก็ดี ภาวะระมัดระวังตัวของตลาดการเงินสหรัฐฯ ได้กดดันให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงบ้าง สู่โซน 4.17% โดยการเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ถือว่าสอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์ที่ประเมินว่า บอนด์ยีลด์ระยะยาวสหรัฐฯ ยังเสี่ยงผันผวนสูงขึ้นได้บ้าง ตามการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด

แนวโน้มค่าเงินบาทและกรอบการเคลื่อนไหว

สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท นักวิเคราะห์ยังคงประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) อาจทยอยแข็งค่าขึ้นบ้างในช่วงระหว่างวัน ตามอานิสงส์จากแรงซื้อสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ดี การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทมีแนวโน้มจำกัดลง แม้อาจมีจังหวะแข็งค่าขึ้นจนทดสอบหรือทะลุโซนแนวรับสำคัญ 31.00 บาทต่อดอลลาร์ แต่จะยังคงไม่สามารถแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องได้อย่างชัดเจน หลังเงินดอลลาร์อาจไม่ได้อ่อนค่าลงและมีโอกาสทยอยแข็งค่าขึ้นได้บ้าง หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทยอยออกมาดีกว่าคาด จนทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ยังร้อนแรงอยู่นั้น แม้จะหนุนให้ราคาน้ำมันดิบทยอยปรับตัวสูงขึ้น และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันเงินบาทด้านอ่อนค่า (เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่นำเข้าพลังงานสุทธิ) แต่ราคาทองคำยังคงได้แรงหนุนจากสถานการณ์ดังกล่าวด้วยเช่นกัน ซึ่งตราบใดที่ราคาทองคำยังมีจังหวะรีบาวด์สูงขึ้น เงินบาทจะยังคงได้แรงหนุนอยู่บ้าง ช่วยลดทอนแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าต่อเงินบาทได้

นักวิเคราะห์ประเมินว่า ความผันผวนของเงินบาทเสี่ยงที่จะสูงขึ้นและอย่างน้อยก็อยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด รวมถึงบรรดาธนาคารกลางหลักต่างๆ ประเด็นการเมืองสหรัฐฯ ที่ต้องจับตาทั้งสถานการณ์ Government Shutdown (ที่จะกลับมาอีกครั้งในช่วงต้นปี 2026) และการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้าโดยศาลสูงสุด (Supreme Court) ทำให้มองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options หรือพิจารณาใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currencies) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 30.95-31.20 บาท/ดอลลาร์ ตามการวิเคราะห์จากธนาคารกรุงไทย ขณะที่ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 31.11 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวานที่ 31.08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาด ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 130,000 ตำแหน่งในเดือนมกราคม สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 66,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 4.3% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 4.4% และกระทรวงแรงงานได้ปรับตัวเลขการจ้างงานในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 48,000 ตำแหน่ง จากเดิมที่ว่าจะเพิ่มขึ้น 50,000 ตำแหน่ง ภาคเอกชนมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 172,000 ขณะที่ภาครัฐมีการจ้างงานลดลง 42,000 ตำแหน่ง สำหรับตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงาน เพิ่มขึ้น 3.7% ในเดือนมกราคม สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ และเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่คาดการณ์ที่ระดับ 0.3% ทั้งนี้ ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงนับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด สถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,085.48 ล้านบาท และซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 2,110.16 ล้านบาท กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำจากทีทีบี ได้แก่:

  • USD/THB: 30.95-31.25 แนะนำทยอยซื้อที่ 30.95/ขาย 31.25
  • EUR/THB: 36.65-37.15 แนะนำซื้อ 36.65/ขาย 37.15
  • JPY/THB: 0.2010-0.2050 แนะนำซื้อ 0.2010/ขาย 0.2050

อัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารประจำวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ 31.110 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ โดยอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน 11 กุมภาพันธ์ 2569 มีดังนี้:

  • USD: ซื้อ 30.9149, ขาย 31.3133
  • GBP: ซื้อ 42.0653, ขาย 42.9478
  • EUR: ซื้อ 36.6921, ขาย 37.4009
  • JPY: ซื้อ 19.8905, ขาย 20.5449
  • HKD: ซื้อ 3.9416, ขาย 4.0178