กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.80-32.40 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าสูงสุดในรอบ 1 เดือน
วันนี้ (16 เมษายน 2569) กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ได้เผยมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ โดยคาดการณ์ว่าเงินบาทมีแนวโน้มจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.80-32.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนถึงความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดแข็งค่าที่ระดับ 32.16 บาทต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบกว้างระหว่าง 31.94-32.70 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทแตะระดับแข็งค่าสูงสุดในรอบ 1 เดือน ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อภาวะเศรษฐกิจ
ปัจจัยจากตลาดโลก: ดีลสันติภาพสหรัฐฯ-อิหร่านและราคาน้ำมันดิบ
เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ หลังสหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดิ่งลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการกลับมาเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซสำหรับการขนส่งทางเรือยังขาดความชัดเจน โดยอัตราการกลับมาดำเนินการขนส่งทางเรือยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดหวังไว้
การหยุดยิงในครั้งนี้ตั้งอยู่บนฐานรากที่ไม่มั่นคงและปราศจากความไว้วางใจระหว่างคู่กรณี อีกทั้งยังแฝงไปด้วยความไม่แน่นอนสูง แต่อย่างน้อยที่สุดพัฒนาการดังกล่าวถือเป็นช่วงพักรบชั่วคราวและสัญญาณเชิงบวกสำหรับทิศทางเศรษฐกิจโลกในบางระดับ นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาการเจรจาสันติภาพรอบสองระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ไม่สามารถตกลงกันได้ในรอบแรกเนื่องจากความเห็นต่างเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ภาพรวมตลาดและปัจจัยภายในประเทศ
เสถียรภาพของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงนี้สะท้อนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นทั่วโลก ขณะที่ราคาน้ำมันดิบยังปรับขึ้นไม่มากพอที่จะก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย การมองโลกเชิงบวกอย่างมากของนักลงทุนและแรงซื้อสินทรัพย์เสี่ยงท่ามกลางเหตุหยุดชะงักของอุปทานพลังงานที่รุนแรง ทำให้เงินดอลลาร์เผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น ในภาวะเช่นนี้ กรุงศรีอยุธยายังคงมีมุมมองระมัดระวังต่อแนวโน้มตลาดและความผันผวนในระยะสั้น
สำหรับปัจจัยในประเทศ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนมีนาคมลดลง 0.08% และยังคงต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่ 1–3% แม้ราคาน้ำมันโลกจะพุ่งขึ้นในเดือนมีนาคม แต่ราคาขายปลีกในประเทศถูกตรึงไว้ในช่วงครึ่งแรกของเดือน ขณะที่กระทรวงพาณิชย์คาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะเร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสปัจจุบัน
ทางด้านผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งสัญญาณว่าจะคงดอกเบี้ยยาวนานเท่าที่จะทำได้ และคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวในอัตรา 1.3-1.7% โดยระบุว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะไม่ช่วยลดเงินเฟ้อ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 2.5-3.5% ในปี 2569 ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของสงครามตะวันออกกลางที่ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
การวิเคราะห์จากกรุงศรีอยุธยาชี้ให้เห็นว่า ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนยังคงได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และภาวะเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการพัฒนาด้านสันติภาพในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อความผันผวนของเงินบาทในสัปดาห์นี้ นักลงทุนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป



