ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคไตรมาส 3/2567 ชี้ยังคงต่ำ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคในไตรมาสที่ 3 ของปี 2567 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าค่าดัชนียังคงอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง การสำรวจนี้ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างจากครัวเรือนทั่วประเทศ และสะท้อนถึงมุมมองของผู้บริโภคต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคต
ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น
ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงต่ำ ได้แก่ ราคาสินค้าที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในหมวดอาหารและพลังงาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของครัวเรือน นอกจากนี้ ความกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในอนาคต ก็มีส่วนทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น
ผู้บริโภคหลายรายรายงานว่าพวกเขากำลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค เช่น ลดการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย หรือเลือกซื้อสินค้าที่มีราคาต่ำลง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในภาวะที่รายได้อาจไม่เพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ต่ำลงอาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจาก การใช้จ่ายของผู้บริโภคเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ ในการเติบโตทางเศรษฐกิจ หากครัวเรือนยังคงระมัดระวังในการใช้จ่าย อาจทำให้การบริโภคภายในประเทศชะลอตัว และส่งผลต่อธุรกิจค้าปลีกและบริการต่างๆ
ธนาคารแห่งประเทศไทยยังได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอาจพิจารณามาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมหากจำเป็น เพื่อช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นและกระตุ้นเศรษฐกิจ
แนวโน้มในไตรมาสต่อๆ ไป
สำหรับไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 และไตรมาสแรกของปี 2568 ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภคอาจยังคงอยู่ในระดับต่ำหรือปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น
- การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการ
- นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล
- สถานการณ์การจ้างงานและรายได้ของครัวเรือน
อย่างไรก็ตาม หากมีสัญญาณที่ดีขึ้นจากปัจจัยเหล่านี้ ความเชื่อมั่นอาจเริ่มฟื้นตัวในระยะกลางถึงยาว
ในภาพรวม ผลสำรวจนี้เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายและนักธุรกิจในการวางแผนและปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน



