ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.62 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อย จากระดับปิดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ 32.56 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีปัจจัยหลักจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ภาพรวมตลาดค่าเงินบาท
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ 32.44-32.71 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีจังหวะอ่อนค่าลงทดสอบแนวต้านใกล้ 32.75 บาท หลังจากมีกระแสข่าวว่าอิหร่านจะหยุดเดินหน้าการเจรจา เนื่องจากอิสราเอลยังคงโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ย้ำว่าการเจรจายังดำเนินต่อไป สะท้อนภาวะ Two-way risk ที่ตลาดต้องเผชิญ
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
- ฝั่งสหรัฐฯ: รายงานข้อมูลตลาดแรงงาน เช่น Nonfarm Payrolls และอัตราการว่างงาน รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ก่อนเข้าสู่ช่วงงดให้ความเห็น
- ฝั่งยุโรป: ถ้อยแถลงของธนาคารกลางอังกฤษและธนาคารกลางยุโรป รวมถึงข้อมูล CPI ยอดค้าปลีก และ GDP ไตรมาสแรก
- ฝั่งเอเชีย: ดัชนี PMI ภาคบริการของจีน และอัตราการเติบโตของค่าจ้างญี่ปุ่น
- ฝั่งไทย: อัตราเงินเฟ้อ CPI เดือนพฤษภาคม คาดว่าจะสูงขึ้นต่อเนื่องที่ 3.10% และ PMI ภาคการผลิต
แนวโน้มค่าเงินบาท
นักวิเคราะห์ประเมินว่า เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways รอรับรู้พัฒนาการการเจรจา หากบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและฟื้นฟูการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เงินบาทอาจแข็งค่าทะลุ 32.50 สู่ 32.20-32.30 บาท แต่หากสถานการณ์ตึงเครียด เงินบาทอาจอ่อนค่าทะลุ 32.75-32.85 สู่ 33.00 บาท
ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี ระบุว่า ดอลลาร์แข็งค่าจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความกังวลการปะทะระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ราคาทองฟิวเจอร์ร่วงหลุด 4,500 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ทะลุ 93 ดอลลาร์ และ WTI ทะลุ 90 ดอลลาร์ หลังอิหร่านระงับการเจรจา
สำหรับกรอบค่าเงินบาทในวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 32.50-32.80 บาทต่อดอลลาร์ แนะนำทยอยซื้อที่ 32.50 และขายที่ 32.80 ส่วนกรอบระยะสั้น 24 ชั่วโมง คาดที่ 32.50-32.75 บาท



