เปิด 4 วิกฤติชนชั้นกลางไทย เงินมาไม่ทันรายจ่าย ยอมเป็นหนี้เพื่ออนาคตลูก
4 วิกฤติชนชั้นกลางไทย เงินมาไม่ทันรายจ่าย ยอมเป็นหนี้เพื่อลูก (31.03.2026)

เปิด 4 วิกฤติชนชั้นกลางไทย เงินมาไม่ทันรายจ่าย ยอมเป็นหนี้เพื่ออนาคตลูก

ในยุคที่อุณหภูมิเศรษฐกิจร้อนระอุ เดือนมีนาคม-เมษายน 2569 ดูเหมือนว่ากระเป๋าตังค์ของครัวเรือนไทยกำลังเผชิญกับภาวะ "ฮีทสโตรกทางการเงิน" ที่รุนแรงกว่าทุกปี ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ได้นิยามช่วงเวลานี้ว่าเป็น "ฤดูร้อนทางการเงิน" ที่รุมเร้าครัวเรือน โดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางและพ่อแม่ที่กำลังหัวหมุนกับการหมุนเงินให้ทันวันเปิดเทอม

จากการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน KKP Better พบว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 ความต้องการสินเชื่อส่วนบุคคลพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจาก 4 ปัจจัยหลักที่บีบคั้นสภาพคล่องทางการเงินของครัวเรือนไทย

1. กับดักภาษีเงินได้ จ่ายเพิ่มขึ้นแต่รายได้เท่าเดิม

ข้อมูลจากกรมสรรพากร (DGA) ระบุว่า ภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปี 2568 พุ่งสูงถึง 432,324 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 29% ในรอบ 4 ปี โดยเฉลี่ยคนทำงานต้องกำเงินสดในมือ 5,000 – 10,000 บาท เพื่อจ่ายภาษีในช่วงต้นปี เงินก้อนนี้เป็นเงินที่ควรเก็บไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน แต่กลับต้องถูกเบียดบังไปกับภาระภาษี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

2. วิกฤติค่าไฟหน้าร้อน

ทุกๆ 1 องศาที่อุณหภูมิเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าไฟพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย เครื่องปรับอากาศทำงานหนักขึ้น 3% ทำให้บิลค่าไฟในเดือนเมษายน-พฤษภาคม สูงกว่าปกติ 10-30% กลายเป็นรายจ่ายภาคบังคับที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในภูมิอากาศร้อนชื้นของไทย

3. เทศกาลแห่งการ "จ่าย" สงกรานต์

แม้เศรษฐกิจจะฝืดเคือง แต่ยอดใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์ปีที่ผ่านมายังพุ่งสูงถึง 1.06 แสนล้านบาท ค่าเดินทางกลับบ้าน ค่าทำบุญ และค่าสังสรรค์ตามวัฒนธรรม ยังคงเป็นภาระก้อนใหญ่ที่เบียดบังงบประมาณส่วนอื่นของครัวเรือน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

4. ค่าเรียนลูก "ภาระที่ตัดไม่ได้"

นี่คือวิกฤติที่หนักที่สุดสำหรับพ่อแม่ ข้อมูลจาก KKP พบว่า พ่อแม่เริ่มสแกนจ่ายเพื่อการศึกษาพุ่งสูงขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ซึ่งเร็วกว่ารอบปกติ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าเรียนพิเศษสอบเข้า ค่าแรกเข้า และค่าอุปกรณ์การเรียน โดยมียอดจ่ายเฉลี่ยสูงถึง 25,000 บาทต่อคน

สถิติที่น่าตกใจคือ ยอดสแกนจ่ายเพื่อการศึกษาผ่านแอปพลิเคชันดังกล่าว ในปี 2568 ปีเดียวสูงถึง 46 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่า "จะตัดรายจ่ายส่วนตัวเท่าไหร่ก็ได้ จะประหยัดกิน ประหยัดใช้แค่ไหนก็ได้ แต่เรื่องการศึกษาและอนาคตของลูก คือสิ่งเดียวที่พ่อแม่ยอมถอยไม่ได้"

สภาวะ "เงินมาไม่ทันรายจ่าย" ทำให้ความต้องการสินเชื่อและวงเงินพร้อมใช้ขยับตัวสูงขึ้นในช่วงนี้ เพราะมันไม่ใช่แค่การกู้มาใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่เป็นการกู้เพื่อ "รักษาสัญญา" ที่มีต่ออนาคตของบุตรหลาน

แนะทางออกในวันที่ "เงินตึงมือ" บริหารหนี้ให้เป็นระบบ

เมื่อเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้ตัวช่วยทางการเงิน การบริหารหนี้อย่างชาญฉลาดจึงเป็นเรื่องสำคัญ:

  • รวมหนี้เพื่อลดดอกเบี้ย: หากมีภาระหนี้หลายทาง การเลือกสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่าบัตรเครดิตเพื่อมาปิดยอดที่ดอกเบี้ยสูง จะช่วยลดภาระในระยะยาวได้
  • วางแผนล่วงหน้า 6 เดือน: ค่าเทอมลูกไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ การออมรายเดือนเพื่อเป้าหมายนี้โดยเฉพาะจะช่วยลดความกดดันเมื่อฤดูเปิดเทอมมาถึง
  • ใช้เครื่องมือดิจิทัล: ตรวจสอบพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคารสม่ำเสมอ เพื่อดูว่าเงินรั่วไหลไปกับส่วนไหนมากที่สุด

วิกฤติค่าครองชีพและภาระช่วงเปิดเทอม คือบททดสอบความแข็งแกร่งทางการเงินครั้งใหญ่ของครอบครัวไทย การยอมรับว่า "หมุนเงินไม่ทัน" ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่การรู้จักวางแผนและเลือกเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมต่างหาก คือทางรอดที่จะพาครอบครัวผ่านพ้น "ฤดูร้อนทางการเงิน" นี้ไปได้