ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมออกมาตรการควบคุมสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อลดภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง โดยจะกำหนดเพดานดอกเบี้ยและวงเงินกู้ใหม่ เพื่อป้องกันการก่อหนี้เกินตัว และส่งเสริมการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ
รายละเอียดมาตรการใหม่
มาตรการดังกล่าวจะครอบคลุมทั้งสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล โดย ธปท. จะกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่สถาบันการเงินสามารถคิดจากลูกค้า รวมถึงการกำหนดวงเงินกู้ขั้นต่ำและสูงสุด เพื่อให้ผู้บริโภคไม่ก่อหนี้เกินความสามารถในการชำระคืน นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดให้สถาบันการเงินพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้อย่างเคร่งครัดมากขึ้น
ผลกระทบต่อผู้บริโภค
ผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและวงเงินกู้ที่เหมาะสม จะช่วยลดภาระหนี้สินและป้องกันการผิดนัดชำระหนี้ อย่างไรก็ตาม ผู้กู้อาจต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณาที่เข้มงวดขึ้น ทำให้การขอสินเชื่ออาจทำได้ยากขึ้นในบางกรณี
- ลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล
- กำหนดวงเงินกู้สูงสุดตามรายได้
- เพิ่มการตรวจสอบความสามารถในการชำระหนี้
ผลกระทบต่อสถาบันการเงิน
สถาบันการเงินจะต้องปรับตัวเพื่อรองรับมาตรการใหม่ โดยอาจต้องลดอัตราดอกเบี้ยและปรับปรุงกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากดอกเบี้ย แต่ในระยะยาวจะช่วยลดความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้และหนี้เสีย
- ปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้เป็นไปตามเพดานที่กำหนด
- ปรับปรุงระบบประเมินความเสี่ยงของลูกค้า
- พัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
เป้าหมายของมาตรการ
ธปท. ตั้งเป้าลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และส่งเสริมการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ โดยคาดว่ามาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2567



