อิสราเอลเตรียมเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนแล้ว
อิสราเอลเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวฉีดวัคซีน

อิสราเอลเตรียมเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบโดสแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดใหญ่

รายละเอียดมาตรการเปิดประเทศ

ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขอิสราเอล นักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์จะสามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว โดยต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนที่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก และมีผลตรวจโควิด-19 เป็นลบภายใน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะต้องทำการลงทะเบียนออนไลน์ล่วงหน้าผ่านระบบของรัฐบาลอิสราเอล และชำระค่าธรรมเนียมการตรวจโควิด-19 ที่สนามบินเมื่อเดินทางมาถึง โดยจะมีการสุ่มตรวจผู้เดินทางบางส่วน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กลุ่มประเทศที่ได้รับอนุญาต

ในระยะแรก อิสราเอลจะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจากประเทศที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "สีเขียว" และ "สีเหลือง" ตามการแบ่งระดับความเสี่ยงของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งรวมถึงประเทศในสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และอีกหลายประเทศในเอเชีย

ขณะที่นักท่องเที่ยวจากประเทศกลุ่ม "สีแดง" ซึ่งมีความเสี่ยงสูงยังคงถูกห้ามเดินทางเข้าประเทศ ยกเว้นในกรณีพิเศษที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการเฉพาะกิจ

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยว

การเปิดประเทศครั้งนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของอิสราเอลที่ซบเซามานานกว่า 18 เดือน โดยเฉพาะในเมืองท่องเที่ยวสำคัญอย่างเยรูซาเลม เทลอาวีฟ และไฮฟา ซึ่งมีธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมากที่ต้องปิดตัวลงหรือลดการให้บริการ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สมาคมโรงแรมอิสราเอลระบุว่า อัตราการเข้าพักในโรงแรมทั่วประเทศลดลงเหลือเพียง 30% ในช่วงที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับ 80% ก่อนเกิดโรคระบาด การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจึงเป็นความหวังสำคัญในการฟื้นฟูอุตสาหกรรม

มาตรการด้านสาธารณสุข

แม้จะเปิดประเทศ แต่อิสราเอลยังคงย้ำถึงความสำคัญของมาตรการป้องกันโควิด-19 โดยจะมีการตรวจคัดกรองผู้เดินทางทุกคนที่สนามบิน และกำหนดให้สวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่ปิด รวมถึงการเว้นระยะห่างทางสังคม

นอกจากนี้ รัฐบาลอิสราเอลยังคงติดตามสถานการณ์การระบาดอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนมาตรการหากพบว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลายพันธุ์ของไวรัสสายพันธุ์ใหม่

การเปิดประเทศครั้งนี้เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวโลก และอาจเป็นแบบอย่างให้กับประเทศอื่นๆ ที่กำลังพิจารณามาตรการเปิดประเทศในลักษณะเดียวกัน