สถานการณ์การว่างงานในจีนที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้บัณฑิตจบใหม่จำนวนมากหันมาเรียนต่อในระดับปริญญาโทมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการหางานและหลีกหนีจากภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่
ตัวเลขการสอบบัณฑิตศึกษาพุ่งสูง
เมื่อวันที่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมา การสอบคัดเลือกเข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในจีนประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน มีผู้เข้าสอบกว่า 3.88 ล้านคน ลดลงจากปีก่อนหน้าเพียงเล็กน้อยที่ 4.38 ล้านคน แต่ยังคงเป็นตัวเลขที่สูงมาก สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเรียนต่อปริญญาโทที่ยังคงแข็งแกร่ง
สาเหตุสำคัญที่ทำให้คนจีนเลือกเรียนต่อ
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า วิกฤตเศรษฐกิจที่ยืดเยื้อเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คนรุ่นใหม่เลือกเรียนต่อปริญญาโทมากขึ้น เนื่องจากตลาดแรงงานที่หดตัวทำให้การหางานทำเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มบัณฑิตจบใหม่ที่มีจำนวนมากถึง 11.79 ล้านคนในปีนี้ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์
นายหวัง ผู้สอบปริญญาโทวัย 23 ปี กล่าวว่า เขาเลือกเรียนต่อเพราะหางานที่ตรงกับสาขาที่เรียนไม่ได้ และหวังว่าการมีวุฒิปริญญาโทจะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำงาน ขณะที่นางสาวหลี่ เพื่อนร่วมสอบอีกคนบอกว่า เธอต้องการเลื่อนการเข้าสู่ตลาดแรงงานออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะดีขึ้น
จำนวนผู้สมัครเริ่มลดลงเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เข้าสอบในปีนี้ลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 500,000 คน ซึ่งเป็นปีที่สองติดต่อกันที่ตัวเลขลดลง ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นเพราะนักศึกษาจำนวนหนึ่งเริ่มมองเห็นว่าการเรียนต่อปริญญาโทอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูงและผลตอบแทนที่ไม่แน่นอน
นอกจากนี้ รัฐบาลจีนยังพยายามกระตุ้นให้บัณฑิตจบใหม่ทำงานในภาคอุตสาหกรรมและพื้นที่ชนบทมากขึ้น โดยให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อลดแรงกดดันในตลาดแรงงาน แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาการว่างงานในกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม
การที่คนรุ่นใหม่เลือกเรียนต่อปริญญาโทมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการแข่งขันที่สูงขึ้นในการสอบคัดเลือก และเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับครอบครัว ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดการชะลอการเข้าสู่ตลาดแรงงาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
อย่างไรก็ดี การเรียนต่อปริญญาโทยังคงเป็นความหวังของหลายคนในการเพิ่มโอกาสในการทำงานที่ดีขึ้นในอนาคต ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ยังคงดำเนินต่อไป



