สงกรานต์ไทยก้าวสู่เวทีโลก รับการยกย่องเป็น 'World Water Festival' ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
วันนี้ (15 เมษายน 2569) น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ สะท้อนพลังของ "สงกรานต์ไทย" ในฐานะมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการรับรองจาก UNESCO ซึ่งสามารถเชื่อมโยงผู้คนจากทุกชาติให้เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งในมิติของวัฒนธรรม ประเพณี และความสนุกสนานอย่างแท้จริง
สื่อต่างชาติชื่นชมและร่วมประชาสัมพันธ์
ปีนี้ มีสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยถึง 42 แห่ง อาทิ สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก เยอรมนี อินเดีย เบลเยียม จีน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ร่วมจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ความเป็นไทยผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์และร่วมสมัย
สื่อมวลชนชั้นนำระดับโลก เช่น สำนักข่าว AP, Reuters, Euronews และ Xinhua ได้รายงานภาพบรรยากาศความหนาแน่นของผู้คนที่หลั่งไหลมาเล่นน้ำตามจุดต่างๆ อย่างกว้างขวาง โดยยกให้สงกรานต์เป็นหนึ่งในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และมีชีวิตชีวาที่สุดในโลก สื่อเหล่านี้ยังสะท้อนทั้งภาพความสนุกสนานและการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความร่วมสมัยอย่างลงตัว
การยกย่องสู่ระดับสากลและบทบาททางเศรษฐกิจ
สื่อต่างชาติหลายแห่ง โดยเฉพาะในอเมริกาเหนือ ได้ยกย่องเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่การเป็น "World Water Festival" ในระดับสากล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทยอย่างต่อเนื่อง
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 500,000 คน เข้ามาเที่ยวในไทย สร้างรายได้ราว 8,100 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 โดยภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวไทยในช่วงนี้คาดว่าจะสร้างรายได้รวมมากกว่า 30,350 ล้านบาท
มาตรการความปลอดภัยและมาตรฐานสากล
รัฐบาลยังได้นำเสนอมาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างครอบคลุม ทั้งด้านการกำกับดูแลพฤติกรรมที่เหมาะสม การป้องกันอุบัติเหตุ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว
สื่ออย่าง The Straits Times ได้หยิบยกกฎระเบียบของสังคม "10 กฎ" สำหรับการเล่นน้ำอย่างปลอดภัยในไทย เช่น การห้ามคุกคามทางเพศ ห้ามป้ายแป้งโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม และห้ามใช้อาวุธปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการจัดงานในระดับสากลที่ไทยให้ความสำคัญ
ความมุ่งมั่นของรัฐบาลและพลังวัฒนธรรมไทย
โฆษกรัฐบาลกล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พร้อมขับเคลื่อนเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นเครื่องมือสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม โดยเน้นกระจายโอกาสสู่ทุกภูมิภาค เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก
นายกรัฐมนตรีได้ชื่นชมความสำเร็จของการจัดงานสงกรานต์ทุกพื้นที่และทุกจังหวัดของไทย ซึ่งเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ช่วยกันนำเสนอช่วงเวลาแห่งความสุขที่ผู้คนจากต่างแดนและต่างภาษาได้ร่วมเฉลิมฉลองไปพร้อมกับคนไทย สิ่งนี้สะท้อนพลังของวัฒนธรรมไทยที่สามารถเชื่อมโยงรอยยิ้ม ความอบอุ่น และมิตรภาพข้ามพรมแดนได้อย่างแท้จริง
ในส่วนของกิจกรรมปิดฉากสงกรานต์ พื้นที่ยอดนิยมอย่างถนนข้าวสารและสวนเบญจกิติยังคงคึกคัก โดยมีผู้เข้าร่วมรวม 3 วันมากกว่า 650,000 คน แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง



