เงินบาทเปิดเช้าอ่อนค่าที่ 32.60 บาท/ดอลลาร์ ตลาดจับตา FED และสถานการณ์ตะวันออกกลาง
เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 32.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อย จากระดับปิดของวันก่อนหน้าที่ 32.54 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีการเคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways Up หลังไม่สามารถแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง โดยแกว่งตัวในกรอบ 32.47-32.68 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยผลักดันจากตลาดการเงินโลก
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ผู้เล่นในตลาดต่างระมัดระวังต่อการปรับเพิ่มความคาดหวังว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะทยอยคลี่คลายลงได้ในเร็ววันนี้ ตามการออกแถลงการณ์ปฏิเสธถ้อยแถลงของประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐฯ ที่ระบุว่าอิหร่านได้ร้องขอให้มีการหยุดยิง โดยทางกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยังคงย้ำว่า ประเด็นการร้องขอหยุดยิงนั้นเป็นข่าวเท็จและไม่มีมูลความจริง
นอกจากนี้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ที่ออกมาดีกว่าคาด ได้หนุนให้เงินดอลลาร์รีบาวด์แข็งค่าขึ้นบ้าง สร้างแรงกดดันด้านอ่อนค่าต่อเงินบาท อาทิ ยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนกุมภาพันธ์ ขยายตัว +0.6% จากเดือนก่อนหน้า ส่วนดัชนี ISM PMI ภาคการผลิตอุตสาหกรรม เดือนมีนาคม ได้ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.7 จุด ซึ่งเกิน 50 จุด สะท้อนถึงภาวะขยายตัว
ความผันผวนในตลาดบอนด์และทองคำ
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยสู่ระดับ 4.33% ท่ามกลางภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม การเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นสำคัญ
สำหรับราคาทองคำ แม้ว่าบรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวมจะอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง แต่ความหวังต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่อาจทยอยคลี่คลายลง ทำให้ผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของบรรดาธนาคารกลางหลัก หนุนให้ราคาทองคำพลิกกลับมาปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง สู่โซน 4,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวโน้มค่าเงินบาทและปัจจัยจับตา
ในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED รวมถึงรายงานข้อมูลเศรษฐกิจอย่าง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) และยอดการประกาศเลิกจ้างงาน (Challenger Job Cuts) ที่จะช่วยสะท้อนถึงภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ
สำหรับแนวโน้มของค่าเงินบาท (USDTHB) หากพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่มีการปรับเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญในช่วงนี้ ผู้เล่นในตลาดอาจให้ความสนใจกับรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะรายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ รวมถึงถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เป็นสำคัญ ซึ่งจะมีผลต่อการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของ FED
ทำให้ในช่วงระหว่างวัน เงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways โดยโซนแนวรับยังคงอยู่ในช่วง 32.40-32.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่โซนแนวต้านของเงินบาทจะอยู่แถว 32.75 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 33.00-33.10 บาทต่อดอลลาร์) อย่างไรก็ตาม เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญการเคลื่อนไหวผันผวนสูง แบบ Two-Way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทางอย่างรวดเร็วและรุนแรง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
มุมมองจากธนาคารกรุงไทยและทีทีบี
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์พลิกกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ตอบรับรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ที่ออกมาดีกว่าคาด กอปรกับผู้เล่นในตลาดต่างระมัดระวังต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังทางการอิหร่านยังไม่ได้ส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าการเจรจาหยุดยิง ทำให้ยังมีความเสี่ยงที่สถานการณ์อาจไม่ได้คลี่คลายลงได้เร็ว ตามที่ประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐฯ ได้กล่าวไว้
ขณะที่ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.58 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับราคาปิดตลาดเมื่อวาน ที่ 32.60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบสกุลเงินหลัก ซึ่งเป็นการอ่อนค่าลงติดต่อกันวันที่สอง โดยนักลงทุนพากันเทขายดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ขณะที่คลายความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
แม้จะมีกระแสข่าวความพยายามในการเจรจาหยุดยิงของสหรัฐฯ แต่สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง และพร้อมจะขับเคลื่อนตลาดการเงินได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เงินบาทจะยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way Risk บนความผันผวนที่สูงกว่าปกติ ซึ่งผู้เล่นในตลาดควรใช้การประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis



