เปิดเทอมใหญ่ หัวใจพ่อแม่ว้าวุ่น เมื่อค่าใช้จ่ายพุ่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 17 ปี จนกลายเป็นวิกฤตที่คนเป็นพ่อแม่ต้องยอมเฉือนเนื้อจ่ายแพงขึ้น เพื่อให้ลูกได้อนาคตเท่าเดิม เปิดงบประมาณรายจ่ายล่าสุด
เปิดเทอมใหญ่... หัวใจพ่อแม่ว้าวุ่น
ประโยคขำๆ แต่อาจเป็นเรื่องทุกข์ใจจริงที่พ่อแม่และผู้ปกครองยุคนี้ต้องเผชิญ เช้าวันนี้ (14 พฤษภาคม) โรงเรียนหลายแห่งทั่วประเทศเปิดปีการศึกษาใหม่ 2569 อย่างเต็มรูปแบบ สำหรับลูกๆ นี่คือวันแห่งการเริ่มต้นมิตรภาพและบทเรียนใหม่ แต่สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ หลายคนกลับว้าวุ่นไปด้วยตัวเลขรายจ่ายที่ถาโถมเข้ามาแบบเลี่ยงไม่ได้
เพราะในปีที่เศรษฐกิจดูจะฝืดเคือง การทำมาหากินยากลำบากขึ้น กลับสวนทางกับเงินเฟ้อการศึกษาที่พุ่งทะยาน จนทำให้เปิดเทอมรอบนี้ พ่อแม่ต้องแบกรับภาระหนักอึ้งที่สุดในรอบ 17 ปี
สแกนพิกัดงบประมาณ ครอบครัวคุณอยู่ในโซนไหน?
หากกางตัวเลขดูจะพบว่า ค่าเทอมเพียงอย่างเดียวก็ทำเอาปาดเหงื่อ ซึ่งถูกแบ่งตามระดับความเข้มข้นของหลักสูตรและประเภทโรงเรียน
- โซนพื้นฐาน: โรงเรียนรัฐบาล (ห้องปกติ) เฉลี่ย 10,975 - 15,771 บาท/เทอม
- โซนขยับขยาย: โรงเรียนเอกชน (ภาคปกติ) หรือ รัฐบาล (ห้องพิเศษ/EP) ที่ไต่ระดับไปถึง 31,040 - 41,723 บาท/เทอม
- โซนพรีเมียม: โรงเรียนเอกชน (Bilingual) และนานาชาติ ที่ต้องเตรียมเงินไว้ตั้งแต่ 50,000 ไปจนถึงหลักหลายแสนบาทต่อปี
ความจริงที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า ค่าใช้จ่ายสำหรับเปิดเทอมเฉลี่ยต่อครัวเรือนพุ่งไปแตะ 29,930 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 6% ซึ่งไม่ได้มาจากการอยากเปย์ให้ลูกมากขึ้น แต่เป็นเพราะกลไกตลาด (Law of Demand & Supply) เมื่อทุกคนต้องซื้อของพร้อมกัน ร้านค้าก็ขยับราคารออยู่แล้ว ผลลัพธ์คือ เรากำลังจ่ายแพงขึ้น เพื่อให้ลูกได้ของเท่าเดิม
ค่าใช้จ่ายแฝงที่งอกเหมือนดอกเห็ดหลังฝนตก
แม้กระทรวงศึกษาธิการจะมีประกาศห้ามเก็บค่าใช้จ่าย 22 รายการ แต่ในความเป็นจริง ค่าใช้จ่ายแฝงกลับกลายเป็นหลุมพรางที่พ่อแม่เลี่ยงไม่ได้ ตัวเลขจิปาถะเหล่านี้เมื่อรวมกันแล้วอาจสูงกว่าค่าเทอมเสียด้วยซ้ำ
- อุปกรณ์พื้นฐาน: หนังสือเรียน (800-3,000 บาท), ชุดนักเรียน/พละ (500-2,000 บาท), รองเท้า/ถุงเท้า (300-1,000 บาท) ซึ่งกว่า 85% ของบ้านระบุว่าเป็นของที่ลดทอนไม่ได้ และต้องซื้อใหม่เกือบทั้งหมด
- ค่าบำรุงที่ (ต้อง) จ่าย: ค่าแอร์, ค่าจ้างครูต่างชาติ, ค่าสอนคอมพิวเตอร์ที่อ้างว่าเกินมาตรฐานรัฐ, ไปจนถึงค่าเสื้อกีฬาสีที่ต้องเปลี่ยนใหม่ทุกปี
- ไฟท์บังคับ: ค่าเรียนพิเศษในระบบที่เน้นการแข่งขันสูงลิ่ว (2,000-15,000 บาท) หากใจไม่แข็งพอ พ่อแม่ก็กลัวลูกจะหลุดขบวน จนต้องยอมจ่ายเพื่อให้ลูกยืนอยู่ได้ในจุดเดียวกับเพื่อน
ยอมเป็นหนี้ ดีกว่าลูกเสียโอกาส เสียงสะท้อนที่น่าเห็นใจ
เราเห็นภาพชัดเจนขึ้นจากข้อมูลของ KKP ที่พบว่า พ่อแม่ยุคนี้เริ่มสแกนจ่ายเพื่อการศึกษาเร็วขึ้นตั้งแต่กุมภาพันธ์-มีนาคม และมียอดจ่ายเฉลี่ยสูงถึง 25,000 บาทต่อคน ยิ่งไปกว่านั้น ยอดสแกนจ่ายผ่านแอปในปี 2568 ปีเดียวสูงถึง 46 ล้านบาท
จะประหยัดกิน ประหยัดใช้แค่ไหนก็ได้ แต่เรื่องอนาคตลูก... พ่อแม่ถอยไม่ได้จริงๆ นี่คือเสียงสะท้อนที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด เพราะในขณะที่รัฐมีเงินอุดหนุนรายหัว (เช่น ค่าอุปกรณ์ 145-260 บาท/เทอม หรือค่าเครื่องแบบ 325-550 บาท/ปี) เมื่อเทียบกับราคาตลาดจริงในยุคของแพง มันแทบจะช่วยแบ่งเบาได้เพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น
จนนำไปสู่ข้อเรียกร้องจากสภาผู้บริโภคที่อยากให้เรียนฟรีต้องฟรีจริง และผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เพราะปัจจุบันพ่อแม่จำนวนไม่น้อยต้องหันไปพึ่งหนี้นอกระบบ เพียงเพื่อให้ได้เงินมาชำระค่าเทอมทันในช่วงเปิดเทอม ก่อนที่ลูกจะไม่มีรายชื่อในระบบของโรงเรียน
สุดท้ายต้องยอมรับว่า ในวันที่เศรษฐกิจไม่เป็นใจ การส่งลูกให้ถึงฝั่งฝัน ไม่ต่างอะไรกับการวิ่งมาราธอนที่มีตัวเลขคงเหลือในบัญชีเป็นอุปสรรคหลักของเป้าหมายนี้



