เงินเฟ้อไทยเดือน พ.ค. 69 อยู่ที่ 2.79% แรงกดดันจากพลังงานกระจายสู่สินค้าจำเป็น
เงินเฟ้อไทย 2.79% แรงกดดันจากพลังงานกระจายสู่สินค้าจำเป็น

นักเศรษฐศาสตร์มองว่าเงินเฟ้อไทยยังคงมีแรงกดดันต่อเนื่อง จากราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบถึงราคาสินค้าจำเป็น ส่งผลให้รายจ่ายของประชาชนเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ โดยข้อมูลจาก PPTV Online เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 2.79% ใกล้เคียงกับ 2.89% ในเดือนก่อนหน้า และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.10%

ปัจจัยหลักที่ทำให้เงินเฟ้อสูง

ปัจจัยหลักที่ทำให้เงินเฟ้อสูงยังคงมาจากราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานที่เพิ่มขึ้นถึง 18.09% โดยเฉพาะราคาเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น 29.45% อันเป็นผลจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่วนหมวดที่ราคาปรับลดลง ได้แก่ หมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล และหมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 0.17%

การประเมินจาก Krungthai COMPASS

Krungthai COMPASS ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยในหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น 0.59% ตามการปรับขึ้นของราคาอาหารสำเร็จรูป ผักและผลไม้ และข้าว ในขณะที่หมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มปรับลดลง 0.11% จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าโดยสารสาธารณะที่ชะลอตัวลงจากเดือนก่อน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.92% เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 0.83% หากพิจารณาการเปลี่ยนแปลงเทียบรายเดือน พบว่าดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.27% ชะลอลงจากเดือนก่อนที่ 0.41%

แนวโน้มเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า

ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อของไทยจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องในระยะข้างหน้า โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • แรงกดดันเงินเฟ้อเริ่มกระจายไปยังหลายหมวด สะท้อนความเสี่ยงของผลกระทบระลอกสองที่ขยายตัวเป็นวงกว้างขึ้น แรงกดดันด้านราคาในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหมวดพลังงานเป็นสำคัญในระลอกแรก แต่เริ่มส่งผ่านไปยังหมวดอาหารสดและหมวดพื้นฐาน โดยเฉพาะกลุ่มที่อ่อนไหวต่อต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบ เช่น เครื่องใช้ในครัวเรือน อาหารสำเร็จรูป และกลุ่มข้าวและแป้ง ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานยังอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต ลักษณะดังกล่าวคล้ายกับช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่แรงกดดันจากพลังงานทยอยส่งผ่านไปยังต้นทุนอาหาร การขนส่ง และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งสะท้อนเข้าสู่เงินเฟ้อพื้นฐานในระยะถัดมา
  • การเปรียบเทียบกับประเทศในภูมิภาค ไทยเริ่มเห็นแรงกดดันจากฝั่งผู้ผลิตและการส่งผ่านมายังราคาผู้บริโภคมากขึ้น ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2569 พบว่าดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของไทยเพิ่มขึ้น 8.5% และ 3.4% ตามลำดับ ขณะที่มาเลเซีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น แม้ PPI จะปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ CPI ยังปรับขึ้นในระดับจำกัดกว่า สะท้อนความอ่อนไหวของไทยต่อภาวะความผันผวนภายนอก จากการพึ่งพาภาคเศรษฐกิจต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง

ผลกระทบต่อค่าครองชีพและกำลังซื้อ

มองไปข้างหน้า หากต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และค่าขนส่งยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ตลอดจนเกิดภาวะขาดแคลนสินค้าจากปัญหาอุปทานชะงักงัน ภายหลังสต๊อกเดิมก่อนเกิดสงครามทยอยหมดลง การส่งผ่านต้นทุนจะขยายไปสู่หมวดพื้นฐานมากยิ่งขึ้น และทวีแรงกดดันต่อค่าครองชีพ รวมถึงกำลังซื้อของครัวเรือนต่อไป