เอกนิติ เตือนวิกฤตน้ำมันยืดเยื้อ 1-2 ปี หลังสงครามตะวันออกกลางทำลายโครงสร้างพลังงาน
เอกนิติ เตือนวิกฤตน้ำมันยืดเยื้อ 1-2 ปี (09.04.2026)

เอกนิติ เผยแผนรัฐบาลรับมือวิกฤตเศรษฐกิจจากสงครามตะวันออกกลาง

วันนี้ (9 เม.ย.2569) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กล่าวระหว่างการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเตรียมพร้อมรับมือวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เตือนวิกฤตน้ำมันยืดเยื้อ กระทบทั่วโลก

นายเอกนิติ ระบุว่า สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อและซับซ้อน โดยเฉพาะความไม่แน่นอนในการเปิด-ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ ผลกระทบนี้จะลุกลามไปยังวิกฤตพลังงานและสินค้าอื่นๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย อาจนำไปสู่การขาดแคลนสินค้าบางชนิด เงินเฟ้อ และเศรษฐกิจตกต่ำในวงกว้าง

"ในฐานะที่ดูแลภาพรวมเศรษฐกิจ ต้องรับผิดชอบเตรียมพร้อมออกแบบนโยบายเศรษฐกิจระยะสั้นที่เร่งด่วนที่สุด เพื่อช่วยลดผลกระทบกับประชาชน" นายเอกนิติ กล่าว พร้อมเสริมว่า รัฐบาลต้องใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้ตรงจุดและคุ้มค่าที่สุด โดยไม่ละเลยกลุ่มผู้ขับรถยนต์และประชาชนกลุ่มอื่นๆ ที่ต้องการการดูแล

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ไม่มีน้ำมันราคาถูกอีก 1-2 ปี จ่อช่วยกลุ่มเปราะบาง-ขนส่ง

นายเอกนิติ ชี้ให้เห็นว่า วิกฤตสงครามตะวันออกกลางได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางพลังงาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันถูกจะไม่มีอีกต่อไปอย่างน้อยในอีก 1-2 ปีข้างหน้า เพื่อบรรเทาผลกระทบ รัฐบาลจะใช้เครื่องมือต่างๆ เช่น กองทุนราคาน้ำมันและภาษีสรรพสามิต เพื่อพยุงราคาและดูแลประชาชน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

กลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบคือ กลุ่มขนส่งที่ใช้น้ำมันจำนวนมาก เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพาพลังงานจากน้ำมันในระดับสูง หากไม่ดูแลกลุ่มนี้ ต้นทุนสินค้าจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ ดังนั้น ในวันที่ 11 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เพื่อดูแลกลุ่มขนส่ง รวมถึงกลุ่มเปราะบางที่มีรายได้น้อย กลุ่มประมง และกลุ่มเกษตรกร

เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ส่งเสริมพลังงานสะอาดและเทคโนโลยี

นายเอกนิติ มองว่า วิกฤตครั้งนี้จะเปลี่ยนเศรษฐกิจโลกในหลายมิติ ได้แก่

  • ความมั่นคง: ไม่ใช่แค่ด้านทหาร แต่รวมถึงอาหารและยารักษาโรคที่อาจขาดแคลนและมีราคาแพง
  • ราคาน้ำมัน: ราคาถูกจะไม่มีอีก ต้องส่งเสริมพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์ เอทานอล และน้ำมันปาล์ม เพื่อช่วยเกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น
  • เทคโนโลยีและ AI: ต้องลงทุนให้ประชาชนเข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้น เพื่อเพิ่มรายได้และลดต้นทุน

นโยบายรัฐบาลมุ่งเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด และการร่วมทุนกับภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

เตรียมพร้อมรับมือวิกฤตซ้อนวิกฤต

นายเอกนิติ เน้นย้ำว่า หากไม่เตรียมความพร้อม วิกฤตพลังงานอาจนำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจซ้อนวิกฤต ซึ่งประเทศไทยเคยเผชิญในปี 2540 จึงต้องป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวอีก "เราต้องผ่านวิกฤตนี้ได้และต้องปฏิรูปประเทศให้กลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง" เขากล่าว พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเพื่อก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน