สถานการณ์พลังงานไทยเผชิญความผันผวนจากตะวันออกกลาง
กระทรวงพลังงานได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยและต่างประเทศในวันนี้ (17 เมษายน 2569) โดยเน้นย้ำถึงปริมาณสำรองน้ำมันและฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งกำลังเผชิญกับความท้าทายจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศเพียงพอใช้ 109 วัน
อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 17 เมษายน 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอต่อความต้องการใช้ประมาณ 109 วัน โดยแบ่งเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 24 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 38 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 22 วัน
สำหรับการผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล ข้อมูล ณ วันที่ 15 เมษายน 2569 ระบุว่าสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 80.71 ล้านลิตร และจำหน่ายไป 54.47 ล้านลิตร
ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบกว่า 6 หมื่นล้านบาท
ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 17 เมษายน 2569 ติดลบอยู่ที่ 61,705 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลในอัตราประมาณ 185.76 ล้านบาทต่อวัน สะท้อนถึงภาระทางการเงินที่ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ
ราคาน้ำมันผันผวนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนสูง แม้จะมีข่าวการเคลื่อนไหวทางการทูตหลายด้าน เช่น การที่สหรัฐอเมริกาและอิหร่านเตรียมเข้าสู่การหารือรอบสองผ่านช่องทางปากีสถาน และการประกาศข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลและเลบานอนโดยโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกายังคงขยายขอบเขตการปิดล้อมทางทะเลต่อเรืออิหร่าน พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินหากการเจรจาไม่คืบหน้า สัญญาณที่ขัดแย้งกันนี้ส่งผลให้ตลาดพลังงานผันผวนอย่างมาก
ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวาน (16 เมษายน 2569) จากความกังวลด้านอุปทาน ก่อนจะย่อตัวลงในช่วงเช้าวันนี้ (17 เมษายน 2569) ตามกระแสข่าวการหยุดยิงและความหวังจากการเจรจารอบใหม่ โดย WTI เคลื่อนไหวในกรอบ 92.90-93.68 USD/บาร์เรล Brent อยู่ที่ 97.94-98.67 USD/บาร์เรล และ Dubai ทรงตัวที่ 105.51 USD/บาร์เรล
ตลาดยังคงเผชิญความเสี่ยงจากปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิงที่ข้อตกลงสันติภาพอาจไม่สามารถแก้ไขได้ในทันที
ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศและเปรียบเทียบกับอาเซียน
อ้างอิงราคาจาก ปตท. ราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ ณ วันที่ 17 เมษายน 2569 มีดังนี้
- น้ำมันดีเซล (B7): 42.90 บาท
- น้ำมันดีเซล (B20): 35.90 บาท
- น้ำมันเบนซิน (E20): 35.45 บาท
- น้ำมันแก๊สโซฮอล์ (95): 42.45 บาท
- น้ำมันแก๊สโซฮอล์ (91): 42.08 บาท
เมื่อเปรียบเทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอาเซียน พบว่าราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 42.45 บาท ขณะที่ กัมพูชา ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 48.65-86.98 บาทต่อลิตร
ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 42.90 บาทต่อลิตร ขณะที่ มาเลเซีย กัมพูชา ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เมียนมา สิงคโปร์ อยู่ที่ 49.89-117.65 บาทต่อลิตร
สถานการณ์พลังงานในปัจจุบันยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางและฐานะทางการเงินของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยังคงติดลบ



