วิกฤตราคาน้ำมันโลกพุ่ง ไทยเผยสำรองเพียงพอ 110 วัน แต่กองทุนติดลบหนัก
กระทรวงพลังงานของประเทศไทยได้เปิดเผยรายงานสถานการณ์ด้านพลังงานล่าสุด โดยชี้ให้เห็นว่าในขณะที่ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการใช้ภายในประเทศเป็นระยะเวลาถึง 110 วัน แต่กลับต้องเผชิญกับปัญหากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบสูงถึง 59,447.80 ล้านบาท สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่อาจปรับตัวสูงขึ้นทะลุระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย
ปัจจัยผลักดันราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง
จากข้อมูล ณ วันที่ 10 เมษายน 2569 ราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ปรับตัวสูงขึ้นกลับไปแตะระดับใกล้ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดบวกที่ 97.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ Brent ปิดที่ 95.92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ประมาณ 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สาเหตุหลักมาจากความกังวลของนักลงทุนต่อข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่ยังคงเปราะบาง รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย โดยเฉพาะการที่อิหร่านยังคงปิดกั้นและควบคุมการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานหลักของโลก
นอกจากนี้ การที่อิสราเอลยังคงดำเนินปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนอย่างต่อเนื่องก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดความกังวลอย่างหนักต่อภาวะชะงักงันของอุปทานพลังงานโลก นักวิเคราะห์จากสถาบันการเงินชั้นนำได้ประเมินว่า หากความขัดแย้งยังดำเนินต่อไปและช่องแคบฮอร์มุซยังไม่เปิดตามปกติ ราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และคงอยู่ในระดับนี้ไปจนถึงสิ้นปี 2569
สถานการณ์น้ำมันสำรองและการผลิตภายในประเทศ
สำหรับปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศไทย อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 10 เมษายน 2569 ไทยมีน้ำมันเพียงพอกับความต้องการใช้เป็นระยะเวลา 110 วัน โดยแบ่งเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 23 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 31 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 31 วัน ในส่วนของการผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 8 เมษายน 2569 ประเทศไทยสามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 83.23 ล้านลิตร และจำหน่ายออกไป 64.74 ล้านลิตร
ด้านราคาขายปลีกน้ำมันภายในประเทศ ตามข้อมูลจาก ปตท. ระบุว่าน้ำมันดีเซล (B7) จำหน่ายในราคาลิตรละ 48.40 บาท น้ำมันดีเซล (B20) ลิตรละ 43.40 บาท น้ำมันเบนซิน (E20) ลิตรละ 38.95 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 43.95 บาท และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 43.58 บาท เมื่อเปรียบเทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอื่นในกลุ่มอาเซียน พบว่าราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ลิตรละ 43.95 บาท ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ฟิลิปปินส์ ลาว เมียนมา และสิงคโปร์ มีราคาอยู่ระหว่างลิตรละ 49.67 ถึง 86.02 บาท
สำหรับราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ลิตรละ 48.40 บาท ส่วนประเทศอื่นๆ เช่น กัมพูชา มาเลเซีย ลาว ฟิลิปปินส์ เมียนมา และสิงคโปร์ มีราคาอยู่ระหว่างลิตรละ 55.27 ถึง 117.72 บาท แสดงให้เห็นว่าราคาน้ำมันในประเทศไทยยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค
กองทุนน้ำมันติดลบหนักและมาตรการชดเชย
ประมาณการฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 10 เมษายน 2569 อยู่ที่ติดลบ 59,447.80 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลในอัตราประมาณ 520.70 ล้านบาทต่อวัน สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความท้าทายด้านการจัดการพลังงานของประเทศในภาวะที่ราคาน้ำมันโลกมีความผันผวนสูง กระทรวงพลังงานยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพิจารณามาตรการต่างๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานและบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน
ในภาพรวม แม้ประเทศไทยจะมีน้ำมันสำรองเพียงพอสำหรับการใช้ในระยะเวลาที่เหมาะสม แต่ปัญหากองทุนน้ำมันติดลบและแนวโน้มราคาน้ำมันโลกที่อาจพุ่งสูงขึ้นยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในบริบทของความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก



