เช็กราคาน้ำมัน 17 เม.ย. 2569 ปตท. ยืนยันป้องกันขาดแคลน แบกรับภาระสภาพคล่องกว่า 2.3 แสนล้าน
เช็กราคาน้ำมัน 17 เม.ย. 2569 ปตท. แบกรับภาระสภาพคล่องกว่า 2.3 แสนล้าน

อัปเดตราคาน้ำมัน 17 เมษายน 2569 ดีเซล-เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 17.00 น. ยังไม่มีการประกาศปรับราคาน้ำมันแต่อย่างใด ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศยังคงใช้ข้อมูลเดิม โดยบริษัท ปตท. นํ้ามัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ประกาศราคาขายปลีกน้ำมันที่มีผลมาตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2569 ดังนี้

  • ULG = 52.54 บาท
  • GSH95 = 42.95 บาท
  • E20 = 35.95 บาท
  • E85 = 31.89 บาท
  • GSH91 = 42.58 บาท
  • พรีเมี่ยม GSH95 = 52.04 บาท
  • HSD B7 = 44.40 บาท
  • HSD B20 = 37.40 บาท
  • พรีเมียมดีเซล = 66.30 บาท

ในส่วนของบริษัทบางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศราคาขายปลีกน้ำมันที่มีผลมาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2569 และจะมีผลต่อไปในวันที่ 17 เมษายน เวลา 05.00 น.เป็นต้นไป โดยราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร

ปตท. ยืนยันมาตรการป้องกันขาดแคลนน้ำมัน แบกรับภาระสภาพคล่องกว่า 230,000 ล้านบาท

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางซึ่งส่งผลกระทบต่อเส้นทางเดินเรือขนส่งพลังงานของโลก ตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา ปตท. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เร่งบริหารจัดการความมั่นคงพลังงานเชิงรุก ปรับแผนการจัดหาน้ำมันดิบนอกพื้นที่ความขัดแย้ง แม้ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงเร่งกระจายน้ำมันออกสู่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันในประเทศ และรักษาความมั่นคงทางพลังงานเพื่อคนไทย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กระทบต่อเส้นทางเดินเรือหลักด้านพลังงานอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ปตท. ยกระดับมาตรการบริหารจัดการน้ำมันดิบ เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจทำให้การขนส่งหยุดชะงัก โดยมีน้ำมันดิบจากภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้จัดหาล่วงหน้าและบรรทุกอยู่บนเรือ Serifos ปริมาณ 2 ล้านบาร์เรล ซึ่งติดค้างบริเวณท่าเรือชาร์จาห์ ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2569

อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ประเทศเผชิญความเสี่ยงด้านพลังงาน ปตท. ตัดสินใจจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นทดแทนทันที โดยใช้ศักยภาพทางการค้าระหว่างประเทศและเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลก เพื่อให้ประเทศไทยมีพลังงานใช้อย่างต่อเนื่อง แม้ต้องจัดซื้อในช่วงที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก

ต้นทุนเพิ่มขึ้นและภาระสภาพคล่องที่ต้องแบกรับ

ภายหลังการเจรจาหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 เรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวสามารถออกเดินทางได้ หลังล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 1 เดือน และคาดว่าจะถึงประเทศไทยในวันที่ 21 เมษายน 2569 ทั้งนี้ การตัดสินใจจัดหาน้ำมันดิบในช่วงวิกฤต เป็นช่วงที่ตลาดโลกตึงตัวและมีความต้องการเพิ่มขึ้น ทำให้น้ำมันดิบมีราคาสูงถึง 130 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จึงจำเป็นต้องซื้อในราคาที่สูงกว่าปกติ ทำให้ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้น และมีความเสี่ยงขาดทุนในระยะสั้น เมื่อราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงในภายหลัง

เนื้อหาคัดสรรคุณภาพ โดยประเมินมูลค่าผลกระทบอยู่ที่ประมาณ 500-1,000 ล้านบาท ซึ่งต้นทุนนี้เป็นการประกันความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศ นอกจากนี้ การที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ยังส่งผลให้กลุ่ม ปตท. จนถึงปัจจุบันต้องรับภาระด้านสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยประกอบด้วย

  • หลักประกันในการจัดซื้อน้ำมันดิบ (Margin Call) ประมาณ 63,000 ล้านบาท
  • เงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) สำหรับการจัดหาน้ำมันและก๊าซเพิ่มขึ้นประมาณ 137,000 ล้านบาท
  • เงินค้างชำระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากการชดเชยราคา ประมาณ 35,000 ล้านบาท

รวมภาระสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นกว่า 230,000 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นถึงกว่า 7,000 ล้านบาท ต้นทุนทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การดำเนินธุรกิจตามปกติ และไม่ได้ส่งผ่านในราคาน้ำมันให้เป็นภาระของผู้บริโภค แต่เป็นต้นทุนจากการ “ลดความเสี่ยงของประเทศ” เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศไทยจะไม่เกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน