วิกฤตน้ำมันดีเซลพุ่ง 20 บาทใน 19 วัน ส่งผลค่าขนส่งปรับ 20% ผู้ประกอบการอาหารทะเลบวกเพิ่มกล่องละ 50 บาท
สถานการณ์ราคาพลังงานในประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง สถิติตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม ถึง 8 เมษายน รวมระยะเวลาเพียง 19 วัน มีการปรับขึ้นราคาทั้งสิ้น 8 ครั้ง รวมเป็นราคาที่เพิ่มขึ้นถึงลิตรละ 20.60 บาท ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลปัจจุบันพุ่งสูงกว่าลิตรละ 50 บาท จากเดิมที่เคยอยู่ในระดับ 29 บาท ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวภายในเวลาไม่ถึงเดือน
ภาคขนส่งปรับค่าบริการ 20% ตามต้นทุนที่แท้จริง
นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย (สขบท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ว่า ภาคธุรกิจขนส่งจำเป็นต้องปรับค่าบริการแบบขั้นบันไดเพื่อความอยู่รอด โดยรอบแรกปรับขึ้นร้อยละ 10 เมื่อวันที่ 1 เมษายน และรอบที่ 2 อีกร้อยละ 10 เมื่อวันที่ 6 เมษายน รวมเป็นการปรับขึ้นร้อยละ 20 ซึ่งเป็นการปรับตามต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากสัดส่วนค่าน้ำมันคิดเป็นร้อยละ 40-45 ของต้นทุนการขนส่งทั้งหมด
ทั้งนี้มีสูตรคำนวณที่ชัดเจนว่า ทุก ๆ 1 บาทของราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งขยับตัวสูงขึ้นทันทีร้อยละ 3 ประธาน สขบท. ยังให้ความเห็นต่อกรณีที่รัฐบาลสั่งปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นลง 2 บาท ว่ามาตรการดังกล่าวเป็นเพียงการลดแรงกดดันในระยะสั้นและไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับราคาที่พุ่งขึ้นไปแล้วกว่า 20 บาท
ผู้ประกอบการอาหารทะเลบวกเพิ่มค่าขนส่งกล่องละ 50 บาท
ที่จังหวัดสมุทรสาคร แหล่งกระจายสินค้าประมงที่สำคัญ พบว่าบริษัทรับขนส่งสินค้าอาหารทะเลได้เริ่มปรับขึ้นค่าขนส่งอีกกล่องละ 50 บาท โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 8 เมษายนเป็นวันแรก ผู้บริหารบริษัทขนส่งระบุว่าไม่สามารถแบกรับภาระได้อีกต่อไป โดยเฉพาะเส้นทางระยะไกลอย่างพื้นที่ภาคใต้ที่ค่าน้ำมันพุ่งสูงขึ้นมาก
ด้านผู้ใช้บริการส่งเนื้อปูแกะไปยังอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยอมรับว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลกระทบต่อกำไรและการดำเนินธุรกิจอย่างเลี่ยงไม่ได้ การลดราคาเพียงเท่านี้ไม่สามารถทำให้ผู้ประกอบการปรับลดค่าขนส่งลงมาได้ เนื่องจากที่ผ่านมาค่าขนส่งปรับตัวขึ้นไม่ทันกับราคาน้ำมันที่กระโดดไปไกลมากแล้ว
เรียกร้องรัฐบาลทบทวนมาตรการปิดปั๊มกลางคืน
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนมาตรการปิดปั๊มน้ำมันในช่วงเวลา 22.00 - 05.00 น. เนื่องจากส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อรถขนส่งสินค้าประเภทอาหารสดและอาหารทะเล ซึ่งจำเป็นต้องออกเดินทางในช่วงเวลากลางคืนเพื่อให้สินค้าถึงปลายทางในสภาพที่สดใหม่
การปิดปั๊มทำให้เกิดความยากลำบากในการวางแผนเดินทางและเสี่ยงต่อการที่สินค้าจะได้รับความเสียหาย ข้อเสนอแนะที่สำคัญคือ รัฐบาลควรพิจารณารื้อโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบเพื่อหาทางออกที่ยั่งยืน เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป ต้นทุนแฝงจากการขนส่งจะถูกผลักภาระไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในทุกขั้นตอน
ตั้งแต่โรงงานผลิตไปจนถึงมือผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้นจนกระทบต่อประชาชนทั้งประเทศอย่างรุนแรง สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดการปัญหาพลังงานอย่างเป็นระบบและยั่งยืน เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตครั้งนี้ขยายวงกว้างและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ



