วิกฤตตะวันออกกลางตึงเครียด! ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง ส่งผลกระทบต่อฐานะกองทุนน้ำมันไทย
วิกฤตตะวันออกกลางตึงเครียด ราคาน้ำมันพุ่งกระทบไทย

วิกฤตตะวันออกกลางตึงเครียด! ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง ส่งผลกระทบต่อฐานะกองทุนน้ำมันไทย

สถานการณ์ด้านพลังงานของประเทศไทยและต่างประเทศกำลังเผชิญกับความผันผวนอย่างรุนแรง หลังความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางกลับมาปะทุอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ขณะที่ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศยังอยู่ในระดับที่เพียงพอ แต่ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกลับติดลบหนักเกินกว่า 62,000 ล้านบาท

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้ยกระดับขึ้นอีกครั้ง หลังจากกองทัพเรือสหรัฐฯ เข้ายึดเรือของอิหร่านในอ่าวโอมาน โดยอ้างว่าฝ่าฝืนมาตรการป封锁 ทำให้อิหร่านประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการปล้นเรือกลางทะเล พร้อมขู่ตอบโต้และประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันอย่างน้อย 13 ลำต้องหันหัวกลับ เหตุการณ์นี้สั่นคลอนข้อตกลงหยุดยิงที่จะสิ้นสุดในวันที่ 21 เมษายน 2569 แม้สหรัฐฯ จะส่งตัวแทนไปเจรจาที่กรุงอิสลามาบัดในวันเดียวกัน แต่อิหร่านปฏิเสธที่จะเข้าร่วมหากสหรัฐฯ ยังไม่ยกเลิกการปิดล้อม ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ขู่จะโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานทุกแห่งหากอิหร่านเมินข้อตกลง

ความโกลาหลนี้สร้างความกังวลอย่างมากว่าวิกฤตอุปทานพลังงานโลกอาจลุกลามสู่ปัญหาเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลและผลักดันให้แนวโน้มราคาพลังงานล่าสุดในวันนี้พุ่งสูงขึ้น โดยน้ำมันดิบ Brent พุ่งขึ้นราว 5 - 8% จากราคาปิดก่อนหน้าที่ 90.38 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นราว 4 - 7% จากราคาปิดก่อนหน้าที่ 83.85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล นักวิเคราะห์ประเมินว่าหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจแตะระดับ 105 - 115 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์ในช่วงนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปริมาณน้ำมันสำรองภายในประเทศและการผลิตจำหน่ายน้ำมันดีเซล

อ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงพลังงาน ณ วันที่ 20 เมษายน 2569 ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอกับความต้องการใช้ประมาณ 110 วัน โดยแบ่งเป็นน้ำมันสำรองตามกฎหมาย 25 วัน น้ำมันสำรองเพื่อการค้า 25 วัน น้ำมันที่อยู่ระหว่างการขนส่ง 37 วัน และน้ำมันที่ได้รับการยืนยันในการจัดหาแล้ว 23 วัน ส่วนการผลิตและจำหน่ายน้ำมันกลุ่มดีเซล อ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 18 เมษายน 2569 สามารถผลิตน้ำมันดีเซลได้ 80.51 ล้านลิตร และจำหน่าย 52.88 ล้านลิตร

ราคาขายปลีกน้ำมันและฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

อ้างอิงราคาจาก ปตท. ราคาน้ำมันดีเซล (B7) อยู่ที่ 42.90 บาท น้ำมันดีเซล (B20) 35.90 บาท น้ำมันเบนซิน (E20) 35.45 บาท น้ำมันแก๊สโซฮอล (95) 42.45 บาท และน้ำมันแก๊สโซฮอล (91) 42.08 บาท เมื่อเทียบราคาน้ำมันขายปลีกของไทยกับประเทศอาเซียน พบว่าราคาน้ำมันเบนซินของไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 42.45 บาท ขณะที่ฟิลิปปินส์ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และสิงคโปร์ อยู่ที่ 46.95 - 87.18 บาทต่อลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 42.90 บาทต่อลิตร ขณะที่อินโดนีเซีย กัมพูชา มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สปป.ลาว เมียนมา และสิงคโปร์ อยู่ที่ 44.29 – 117.91 บาทต่อลิตร

อย่างไรก็ตาม ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 20 เมษายน 2569 ติดลบ 62,046.64 ล้านบาท โดยมีการชดเชยน้ำมันดีเซลวันละประมาณ 185.76 ล้านบาท สะท้อนถึงความท้าทายด้านการจัดการพลังงานของประเทศท่ามกลางวิกฤตการณ์โลก