IEA เตือนภัยวิกฤตเชื้อเพลิงเครื่องบินในยุโรป เหลือสำรองเพียง 6 สัปดาห์ หากหาทดแทนตะวันออกกลางไม่ได้
ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA ได้ออกมาเตือนสถานการณ์พลังงานในยุโรปอย่างเร่งด่วน โดยคาดการณ์ว่าภูมิภาคนี้อาจเข้าสู่จุดวิกฤตภายในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2569 หากยังไม่สามารถหาแหล่งนำเข้าอื่นมาทดแทนน้ำมันจากตะวันออกกลางได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของปริมาณเดิม หลังอิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสายสำคัญมานานกว่า 1 เดือน เพื่อตอบโต้การโจมตีจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล
ปริมาณสำรองเชื้อเพลิงอากาศยานลดฮวบ ราคาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์
รายงานของ IEA ระบุว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลให้ยุโรปมีปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสำรองเหลือใช้ได้อีกเพียงประมาณ 6 สัปดาห์เท่านั้น สถานการณ์นี้ทำให้ราคาน้ำมันเครื่องบินพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยราคาอ้างอิงในยุโรปทะยานแตะ 1,838 ดอลลาร์ต่อตัน เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา จากเดิมที่ระดับ 831 ดอลลาร์ก่อนเกิดสงคราม
หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ ยุโรปอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเผชิญกับการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมากในช่วงฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง แม้ในขณะนี้หลายประเทศจะเริ่มเร่งนำเข้าน้ำมันจากสหรัฐอเมริกาและไนจีเรียมาทดแทน แต่ IEA เตือนว่าปริมาณดังกล่าวยังสามารถทดแทนส่วนที่ขาดหายไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ภาคอุตสาหกรรมการบินรับผลกระทบหนัก สายการบินเร่งปรับตัว
ภาคอุตสาหกรรมการบินเริ่มได้รับผลกระทบอย่างหนักจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น โดยสายการบิน EasyJet เผยว่าต้องแบกรับภาระค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง 25 ล้านปอนด์เฉพาะในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่วนกลุ่มสมาคมสายการบินในยุโรป เรียกร้องให้สหภาพยุโรปพิจารณาผ่อนปรนกฎระเบียบการชดเชยผู้โดยสาร โดยขอให้จัดกรณีการขาดแคลนเชื้อเพลิงจากสงครามเป็นเหตุสุดวิสัย เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอดในภาวะวิกฤตนี้
ด้านสายการบิน KLM ของเนเธอร์แลนด์ ประกาศเมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา ว่า สายการบินจำเป็นต้องยกเลิกเที่ยวบินภายในภูมิภาคยุโรป จำนวน 160 เที่ยวบินตลอดช่วงเดือนพฤษภาคม โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สายการบินซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม Air France-KLM ระบุว่า การยกเลิกเที่ยวบินในครั้งนี้คิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่าร้อยละ 1 ของจำนวนเที่ยวบินในยุโรปทั้งหมดของสายการบินเท่านั้น พร้อมยืนยันว่าปัจจุบันยังคงมีปริมาณเชื้อเพลิงเพียงพอและไม่ได้ประสบปัญหาภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทานพลังงานในยุโรป ซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าจากภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างมาก การหาทางออกอย่างเร่งด่วนเพื่อเพิ่มแหล่งเชื้อเพลิงทดแทนจึงเป็นความท้าทายสำคัญที่ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันแก้ไข เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตพลังงานลุกลามไปสู่การหยุดชะงักของระบบขนส่งทางอากาศในวงกว้าง



