InnovestX Research โดยธนาคารไทยพาณิชย์ วิเคราะห์วันแรกของการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงแห่งจีน ว่าบรรยากาศโดยรวมดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ในเชิงวาทกรรม แต่ยังขาดข้อตกลงที่เป็นรูปธรรมในประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะ 4 ประเด็นหลักที่ทั่วโลกจับตามอง
บรรยากาศการหารือ
ทรัมป์ยกย่องสี จิ้นผิง ว่าเป็น 'ผู้นำผู้ยิ่งใหญ่' และบรรยายผลการหารือว่า 'ดีเยี่ยมและสร้างสรรค์อย่างยิ่ง' ขณะที่สี จิ้นผิง เสนอกรอบความสัมพันธ์ใหม่ที่เรียกว่า 'เสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ที่สร้างสรรค์' (Constructive Strategic Stability) เพื่อเป็นแนวทางความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยเน้นความร่วมมือเป็นแกนหลัก ควบคุมการแข่งขันให้อยู่ในขอบเขต และบริหารความขัดแย้งไม่ให้ลุกลาม
ในเชิงภาพรวม การที่สองมหาอำนาจกลับมาสร้างช่องทางหารือโดยตรงถือเป็นปัจจัยบวกต่อบรรยากาศความเสี่ยงโลก และลดแรงกดดันที่บีบให้ประเทศที่อยู่กลางอย่างไทยต้องเลือกข้างอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี สัญญาณที่น่าเป็นห่วงคือช่องว่างระหว่างถ้อยคำและการกระทำที่ยังกว้างอยู่ ดังจะเห็นได้ชัดในประเด็นการค้า 4 ประเด็นหลักที่โลกจับตา ซึ่งมีความคืบหน้าต่างกัน
1. ช่องแคบฮอร์มุซ
ถือเป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจ เพราะทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าช่องแคบต้องเปิดอยู่เสมอ และจีนพร้อม 'ทำทุกอย่างที่สามารถทำได้' เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงานโลก
2. การค้า
สี จิ้นผิง ระบุว่าผลเจรจารอบล่าสุด 'สมดุลและเป็นบวก' ทั้งสองฝ่ายหารือลดภาษีสินค้าที่ไม่กระทบความมั่นคงของชาติมูลค่าราว 3 หมื่นล้านดอลลาร์ พร้อมศึกษาแนวคิดจัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านการค้าและการลงทุน อย่างไรก็ดี เหตุการณ์ใบอนุญาตเนื้อวัวในวันนี้สะท้อนความซับซ้อนที่ซ่อนอยู่ได้อย่างชัดเจน ใบอนุญาตโรงงานเนื้อวัวสหรัฐฯ กว่า 400 แห่ง ปรากฏสถานะ 'มีผลบังคับใช้' บนเว็บศุลกากรจีนในช่วงเช้า ก่อนที่จะเปลี่ยนกลับเป็น 'หมดอายุ' ภายในวันเดียวกัน โดยไม่มีคำอธิบาย สะท้อนว่านี่คือ 'ไพ่ที่จีนใช้ส่งสัญญาณในการเจรจา ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการสื่อสาร ขณะที่ความเสี่ยงที่แท้จริงยังอยู่ในระดับที่จัดการได้'
3. ไต้หวัน
สี จิ้นผิง ย้ำว่าเป็น 'ประเด็นสำคัญที่สุด' และระบุว่าการประกาศเอกราชของไต้หวันและสันติภาพในช่องแคบเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกันโดยพื้นฐาน ไม่อาจดำรงอยู่ร่วมกันได้ ขณะที่ทรัมป์หลีกเลี่ยงการตอบคำถามสื่อในประเด็นนี้
4. แร่หายากและชิปปัญญาประดิษฐ์
ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ แม้ตลาดจะส่งสัญญาณบวกผ่านราคาหุ้นที่เกี่ยวข้อง
ข้อตกลงภาคธุรกิจ
ทรัมป์พาผู้บริหารชั้นนำสหรัฐฯ เข้าพบสี จิ้นผิง โดยตรง ได้แก่ อีลอน มัสก์ (เทสลา) ทิม คุก (แอปเปิล) เคลลี ออร์ตเบิร์ก (โบอิ้ง) และเจนเซน หวง (เอ็นวิเดีย) ซึ่งสี จิ้นผิง ย้ำว่า 'ประตูของจีนสู่โลกจะเปิดกว้างขึ้นเท่านั้น' และนายกรัฐมนตรีหลี่เฉียงยังพบกลุ่มผู้บริหารสหรัฐฯ แยกต่างหาก แสดงให้เห็นว่าจีนพร้อมเจรจาในระดับปฏิบัติการควบคู่กับระดับผู้นำ อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงที่ตลาดจับตามากที่สุดคือโบอิ้งและการผ่อนปรนการส่งออกชิปปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง ซึ่งทั้งสองยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ
จุดเปลี่ยนสำคัญ
INVX มองว่าการประชุมรอบที่สองในเดือนกันยายนนั้นน่าจะเป็นจุดที่ข้อตกลงสำคัญในประเด็นไต้หวัน แร่หายาก และชิปจะได้ข้อสรุปอย่างแท้จริง ซึ่งจะกำหนดทิศทางความสัมพันธ์สองมหาอำนาจและบรรยากาศการลงทุนในทศวรรษข้างหน้า โดย INVX จะติดตามพัฒนาการวันพรุ่งนี้อย่างใกล้ชิดและนำเสนอมุมมองต่อการลงทุนต่อไป
สำหรับประเด็นที่ต้องติดตามในวันนี้ (15 พ.ค.) มี 4 เรื่องหลัก ได้แก่
- แถลงการณ์ร่วมจะมีภาษาเกี่ยวกับไต้หวันหรือไม่และในระดับใด
- ความคืบหน้าของข้อตกลงโบอิ้งและสินค้าเกษตร-พลังงาน ซึ่งทรัมป์ต้องการกลับสหรัฐพร้อมผลลัพธ์ที่จับต้องได้
- ทิศทางการผ่อนปรนการส่งออกชิปปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงที่จะกระทบห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลกโดยตรง
- รายละเอียดการเยือนทำเนียบขาวของสี จิ้นผิง ในวันที่ 24 กันยายน ซึ่งจะเป็นการเยือนสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2558



