ในภาวะที่ความเสี่ยงโลกยังซับซ้อน ราคาน้ำมันสูง ผลตอบแทนพันธบัตรพุ่ง และเฟดเริ่มส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย INVX แนะนำกลยุทธ์ Selective Buy ใน 3 ธีม สัปดาห์ที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกส่งสัญญาณเตือนหลายชุดพร้อมกัน ทั้งจากการประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-จีนที่จบลงด้วยรอยยิ้มแต่ไร้สาระสำคัญ ตลาดพันธบัตรโลกที่ถูกเทขายรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี รายงานการประชุมเฟดที่เริ่มส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย และสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่ภายในประเทศเองก็มีทั้งข่าวดีจาก GDP ไตรมาส 1 ที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด และโจทย์สำคัญที่รอการพิสูจน์จากมาตรการกระตุ้น 4 แสนล้านบาท
การประชุมสุดยอดสหรัฐฯ-จีน: Tactical De-escalation ไม่ใช่ Strategic Resolution
การประชุมสุดยอดทรัมป์-สีจิ้นผิงที่กรุงปักกิ่งสิ้นสุดลงด้วยบรรยากาศที่ดูเป็นมิตร ทรัมป์เรียกสีว่า ผู้นำที่ยิ่งใหญ่ จีนเสนอกรอบความสัมพันธ์ใหม่ภายใต้แนวคิด Constructive Strategic Stability มีสัญญาณความคืบหน้าทางการค้า ทั้งการสั่งซื้อเครื่องบิน Boeing 200 ลำ การนำเข้าสินค้าเกษตรและพลังงาน รวมถึงบรรยากาศการจัดตั้งคณะกรรมการการค้าและการลงทุนร่วม อย่างไรก็ตาม ตลาดตอบสนองเชิงลบอย่างชัดเจน เพราะไม่มีข้อตกลงสำคัญด้านแร่หายากหรือปัญญาประดิษฐ์ ประเด็นไต้หวันยังคงตึงเครียด และโดยรวม INVX ประเมินว่าการประชุมครั้งนี้เป็นเพียง Tactical De-escalation Not Strategic Resolution คือลดความเครียดระยะสั้นได้ แต่ไม่ได้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจในระยะยาว สงครามเทคโนโลยีขั้นสูงยังดำเนินต่อไป
ตลาดพันธบัตรโลกเผชิญแรงเทขายรุนแรง
ตลาดพันธบัตรทั่วโลกเผชิญแรงเทขายพร้อมกันรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนเมษายนที่พุ่งขึ้นสู่ 3.8% และตัวเลขราคาผู้ผลิตที่เร่งตัวสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีขึ้นสู่ 4.59% ขณะที่ Gilt อังกฤษ 30 ปีพุ่งแตะ 5.86% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 1998 และพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น 30 ปีแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.085% การที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นยังสร้างความเสี่ยงจาก Yen Carry Trade Unwind ที่อาจนำไปสู่ภาวะสภาพคล่องตึงตัวทั่วโลกได้
ที่น่าห่วงยิ่งขึ้น คือรายงานการประชุมเฟดล่าสุดเพิ่งเปิดเผยว่ากรรมการเฟดส่วนใหญ่เริ่มส่งสัญญาณเตรียมขึ้นดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อยังทรงตัวสูงกว่าเป้า 2% อย่างต่อเนื่อง กรรมการจำนวนมากถึงกับเสนอให้ยกเลิกภาษาที่บ่งชี้ว่าเฟดยังเอนเอียงลดดอกเบี้ย และเปิดทางสู่การขึ้นดอกเบี้ยหากจำเป็น นี่คือการพลิกท่าทีครั้งใหญ่เมื่อเทียบกับต้นปีที่เฟดยังส่งสัญญาณผ่อนคลาย รากเหง้าของทุกอย่างยังอยู่ที่สงครามในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันที่ทรงตัวสูงกว่า 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปัจจุบัน ทำให้ห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนพลังงานยังสูง กดดันเงินเฟ้อให้ลากยาว
ผลกระทบต่อตลาดพันธบัตรไทย
สำหรับตลาดพันธบัตรไทย อัตราผลตอบแทน 10 ปีขยับขึ้นสู่ 2.41% โดยมีแรงกดดันเพิ่มเติมจาก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทที่ผลักยอดกู้รวมปีงบ 2026 แซงระดับสูงสุดช่วงโควิด INVX คงประมาณการอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปีที่ 4.40% และพันธบัตรไทย 10 ปีที่ 2.50% ณ สิ้นปี ซึ่งสูงกว่าค่ากลางของนักวิเคราะห์ในตลาด และแนะนำว่าต้องติดตามสถานการณ์ต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นสงครามที่กระทบต่อราคาพลังงานและเงินเฟ้อ
GDP ไทยไตรมาส 1 แข็งแกร่งกว่าคาด
ข่าวดีของสัปดาห์นี้อยู่ที่ตัวเลข GDP ไทยไตรมาส 1/2026 ที่ขยายตัว 2.8% เมื่อเทียบปีก่อน สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.2% และใกล้เคียงกับที่ INVX คาดไว้ที่ 3.0% เร่งขึ้นจาก 2.5% ในไตรมาสก่อน แรงขับเคลื่อนหลักมาจากการลงทุนภาคเอกชนที่พุ่งสูงสุดในรอบ 14 ไตรมาสที่ 10.1% นำโดยอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกับการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวดีที่ 15.1% แต่การนำเข้าที่รุนแรงทำให้ดุลการค้าและการส่งออกสุทธิติดลบและเป็นตัวกดดันเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งของตัวเลขที่ดีมาจากการเร่งส่งออกและนำเข้าล่วงหน้าก่อนที่ผลกระทบสงครามตะวันออกกลางจะชัดเจนขึ้น โมเมนตัมนี้คาดว่าจะชะลอลงในไตรมาส 2-3 เมื่อต้นทุนพลังงานสูงเริ่มส่งผ่านเข้าสู่ค่าครองชีพและต้นทุนธุรกิจจริง
ประมาณการ GDP และมาตรการกระตุ้น 4 แสนล้านบาท
สภาพัฒน์คงประมาณการ GDP ทั้งปี 2569 ที่ 2.0% ส่วน INVX ปรับ Upside GDP ขึ้นจาก 1.4% สู่กรอบ 1.6-1.8% โดยมีปัจจัยบวกหลักคือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท ซึ่งหากเบิกจ่ายได้เต็มที่อาจช่วยดัน GDP เพิ่มได้อีกถึง 0.4 ppt ผ่านสองช่องทางหลัก คือ โครงการไทยช่วยไทยพลัส (2 แสนล้านบาทแรก) ที่คาดว่าจะกระตุ้นการบริโภคภาคเอกชน และมาตรการลงทุนเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (2 แสนล้านบาทหลัง) ที่จะผลักดันการลงทุนภาครัฐ
ประเด็นที่ต้องจับตาคือ 2 แสนล้านบาทหลังนี้ยังมีความไม่แน่นอนทางรัฐธรรมนูญ เพราะต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่า พ.ร.ก. กู้เงินชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากศาลไม่อนุญาต Upside ของ GDP ก็จะหดลงตาม ทั้งนี้ INVX ตั้งสมมติฐานอัตราการเบิกจ่ายจริงไว้เพียง 55% ของวงเงิน ไม่ใช่ 100%
กลยุทธ์ Selective Buy ใน 3 ธีม
ในภาวะที่ความเสี่ยงโลกยังซับซ้อน ราคาน้ำมันสูง ผลตอบแทนพันธบัตรพุ่ง และเฟดเริ่มส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย INVX แนะนำกลยุทธ์ Selective Buy ใน 3 ธีม
- ธีมแรก หุ้น Earnings Play ที่คาดกำไร 2Q69 และ 2H69 ยังเติบโตดีทั้ง YoY และ HoH อาทิ ADVANC AP GULF MINT MTC SCGP TIDLOR
- ธีมที่สอง หุ้น Defensive ที่มี High Pricing Power ซึ่งทนทานต่อต้นทุนและเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทั้งกลุ่มสื่อสาร การแพทย์ และพาณิชย์
- ธีมที่สาม หุ้น New Normal ที่อยู่ใน S-Curve และได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ทั้งกลุ่มพลังงานสะอาด นิคมอุตสาหกรรม และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
ขอให้นักลงทุนโชคดี



