ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันที่ 23 พฤษภาคม 2567 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.21% มาอยู่ที่ 1,375.82 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 48,789 ล้านบาท โดยได้รับแรงซื้อจากหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคาร ขณะที่นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ที่อาจชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาด
ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค หลังจากที่เฟดส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์หน้า รวมถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของไทย ที่คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2.50%
กลุ่มหุ้นที่โดดเด่น
- กลุ่มพลังงาน ปรับขึ้น 1.2% นำโดย PTTEP และ BCPG
- กลุ่มธนาคาร ปรับขึ้น 0.8% นำโดย KBANK และ SCB
- กลุ่มสื่อสาร ปรับขึ้น 0.5% นำโดย ADVANC และ TRUE
สำหรับหุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุด ได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ที่ปรับตัวลง 0.6% เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับมาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งประเทศไทย
แนวโน้มตลาดในระยะสั้น
นักวิเคราะห์คาดว่า ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวในกรอบ 1,360-1,390 จุด โดยมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2/2567



