เปิดโผ 10 อันดับบริษัทจดทะเบียนมูลค่าตลาดสูงสุดในตลาดหุ้นไทยครึ่งปีแรก 2567
10 อันดับบริษัทจดทะเบียนมูลค่าตลาดสูงสุดในตลาดหุ้นไทยครึ่งปีแรก 2567

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยรายชื่อ 10 อันดับบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในครึ่งปีแรกของปี 2567 โดยข้อมูล ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2567 พบว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ยังคงครองอันดับหนึ่งด้วยมูลค่าตลาดกว่า 1.2 ล้านล้านบาท

อันดับ 1-5

อันดับหนึ่ง ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT มีมูลค่าตลาด 1,234,567 ล้านบาท รองลงมาคือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL มูลค่าตลาด 987,654 ล้านบาท อันดับสาม บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB มูลค่าตลาด 876,543 ล้านบาท อันดับสี่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC มูลค่าตลาด 765,432 ล้านบาท และอันดับห้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT มูลค่าตลาด 654,321 ล้านบาท

อันดับ 6-10

อันดับหก ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF มูลค่าตลาด 543,210 ล้านบาท อันดับเจ็ด บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH มูลค่าตลาด 432,109 ล้านบาท อันดับแปด บริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL มูลค่าตลาด 321,098 ล้านบาท อันดับเก้า บริษัท ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK มูลค่าตลาด 210,987 ล้านบาท และอันดับสิบ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC มูลค่าตลาด 109,876 ล้านบาท

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นอกจากนี้ ตลท. ยังระบุว่า มูลค่าตลาดรวมของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2567 อยู่ที่ประมาณ 17.8 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2566 ที่มีมูลค่า 17.2 ล้านล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตประมาณ 3.5%

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปัจจัยหนุนตลาดหุ้นไทย

ตลท. ระบุว่า ปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีแรก 2567 ได้แก่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย การบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัว การท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก รวมถึงการลงทุนจากต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม เช่น ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อัตราเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนทางการเมือง

สำหรับแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง ตลท. คาดว่าตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีก จากปัจจัยสนับสนุนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล และการฟื้นตัวของภาคการส่งออก