ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันนี้ (18 พ.ค.) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.02 จุด หรือ 0.13% มาอยู่ที่ 1,537.61 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 43,046.60 ล้านบาท โดยดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ตลอดทั้งวัน โดยมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารพาณิชย์หนุนตลาด ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ปัจจัยหนุนตลาด
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ์ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นได้จากแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะหุ้นปตท. และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงแรงซื้อกลับของนักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีความผันผวนจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะการเจรจาขยายเพดานหนี้สหรัฐฯ ที่ยังไม่มีความชัดเจน
แนวโน้มการลงทุน
สำหรับแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.) นายวิจิตร คาดว่า ดัชนีจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,530-1,545 จุด โดยนักลงทุนจะรอติดตามตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในคืนนี้ รวมถึงการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เกี่ยวกับนโยบายการเงิน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นทั่วโลก
ทั้งนี้ หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- ปตท. (PTT) มูลค่า 2,389.57 ล้านบาท ราคาปิด 34.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
- ธนาคารกรุงเทพ (BBL) มูลค่า 1,856.22 ล้านบาท ราคาปิด 148.50 บาท ลดลง 1.50 บาท
- ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) มูลค่า 1,653.48 ล้านบาท ราคาปิด 149.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
- ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) มูลค่า 1,502.35 ล้านบาท ราคาปิด 386.00 บาท ลดลง 4.00 บาท
- ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) มูลค่า 1,412.60 ล้านบาท ราคาปิด 117.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
ด้านตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียวันนี้ส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น เช่น ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ตลาดหุ้นจีน และตลาดหุ้นฮ่องกง ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปเปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน



