ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงอย่างหนักในวันพุธ (17 เม.ย.) โดยดาวโจนส์ร่วงลงมากกว่า 300 จุด หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งทำให้นักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง
ดัชนีหลักร่วงลง
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 37,753.31 จุด ลดลง 375.12 จุด หรือ 0.98% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 5,022.21 จุด ลดลง 44.17 จุด หรือ 0.87% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 15,683.37 จุด ลดลง 140.40 จุด หรือ 0.89%
สาเหตุสำคัญ
การร่วงลงของตลาดหุ้นสหรัฐมีสาเหตุหลักมาจากการที่นักลงทุนลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด หลังจากที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่เปิดเผยออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยอดค้าปลีกที่เพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือนมีนาคม ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 0.3% นอกจากนี้ ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมก็ขยายตัว 0.4% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.2%
นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด กล่าวในระหว่างการประชุมเมื่อวันอังคารว่า เฟดอาจต้องใช้เวลานานขึ้นในการที่จะมีความมั่นใจเพียงพอว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% ก่อนที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวในปีนี้ หรืออาจจะไม่ปรับลดเลย
ผลกระทบต่อตลาด
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับตัวขึ้นแตะระดับ 4.64% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน สร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย
หุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวลงนำตลาด เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของธนาคาร โดยดัชนี S&P 500 กลุ่มธนาคารร่วงลง 2.5%
หุ้นแอปเปิลร่วงลง 1.8% หลังจากมีรายงานว่ายอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกลดลงในไตรมาสแรก ขณะที่หุ้นเทสลาร่วงลง 2.4% หลังจากบริษัทประกาศลดราคารถยนต์ในจีนและเยอรมนี
มุมมองนักวิเคราะห์
นักวิเคราะห์จากธนาคารเจพีมอร์แกน ระบุว่า ตลาดกำลังปรับตัวตามความคาดหวังที่เปลี่ยนไปเกี่ยวกับนโยบายการเงินของเฟด ซึ่งก่อนหน้านี้ตลาดคาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยถึง 3 ครั้งในปีนี้ แต่ขณะนี้คาดว่าเหลือเพียง 1 ครั้งเท่านั้น
ด้านนักวิเคราะห์จากธนาคารโกลด์แมน แซคส์ คาดว่าเฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม แต่อาจจะปรับลดเพียง 2 ครั้งในปีนี้ จากเดิมที่คาดไว้ 4 ครั้ง
ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงผันผวนและมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลงต่อไปในระยะสั้น เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ



