ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปิดการซื้อขายวันนี้ที่ระดับ 1,355.91 จุด ลดลง 4.01 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 0.30 เมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า โดยตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงานเป็นหลัก ซึ่งส่งผลให้ดัชนีปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงบ่าย
ปัจจัยกดดันจากกลุ่มธนาคารและพลังงาน
หุ้นกลุ่มธนาคารเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กดดันดัชนี SET ในวันนี้ โดยหุ้นธนาคารพาณิชย์รายใหญ่หลายแห่งปรับตัวลดลง อาทิ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) และ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่าเกิดจากความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับเพิ่มขึ้นในอนาคต รวมถึงผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน
นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มพลังงานก็มีส่วนทำให้ตลาดหุ้นไทยปิดลบ โดยเฉพาะหุ้นบริษัทปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติที่เผชิญแรงขายจากนักลงทุน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มผันผวน และความกังวลเกี่ยวกับอุปสงค์พลังงานในระยะสั้น
ปัจจัยภายนอกและภายในที่ต้องจับตา
นักลงทุนยังคงเฝ้าจับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าจะส่งสัญญาณเกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยและอาจกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยด้วย
ในส่วนของปัจจัยภายใน สถานการณ์การเมืองในประเทศยังเป็นประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจ เนื่องจากอาจมีผลต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ภาพรวมการซื้อขายและแนวโน้ม
ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยวันนี้อยู่ที่ประมาณ 34,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีหุ้นที่ปรับตัวขึ้นและลงกระจายตัวกันไปในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม
สำหรับแนวโน้มในวันพรุ่งนี้ นักวิเคราะห์คาดว่าตลาดหุ้นไทยอาจยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ภายใต้แรงกดดันจากปัจจัยลบทั้งภายในและภายนอกประเทศ อย่างไรก็ตาม การกลับมาซื้อหุ้นในกลุ่มที่มีมูลค่าต่ำกว่าพื้นฐานอาจช่วยพยุงดัชนีได้บ้าง
นักลงทุนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการประกาศนโยบายจากธนาคารกลางสหรัฐฯ และพัฒนาการทางเศรษฐกิจในประเทศ เพื่อตัดสินใจลงทุนได้อย่างเหมาะสมในสภาวะตลาดที่มีความผันผวนเช่นนี้