ตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายวันนี้ (8 พ.ค.) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.06 จุด หรือ 0.37% มาอยู่ที่ 1,375.22 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 43,563 ล้านบาท โดยดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยแตะจุดสูงสุดที่ 1,377.95 จุด และต่ำสุดที่ 1,368.84 จุด
ปัจจัยหนุนตลาด
นายกรกฤต กสิรักษ์ นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นจากความหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในการประชุมเดือนกันยายนนี้ หลังจากข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ออกมาอ่อนแอกว่าคาด
นอกจากนี้ ยังได้รับแรงซื้อจากหุ้นกลุ่มพลังงาน ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น และหุ้นกลุ่มธนาคารที่ได้รับอานิสงส์จากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ปรับตัวลง
แนวโน้มพรุ่งนี้
นักวิเคราะห์คาดว่า ตลาดหุ้นไทยพรุ่งนี้ (9 พ.ค.) อาจแกว่งตัวในกรอบ โดยมีแนวรับที่ 1,365 จุด และแนวต้านที่ 1,385 จุด โดยนักลงทุนยังคงรอติดตามผลการประชุมเฟดในคืนนี้ รวมถึงการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในประเทศ
สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT มูลค่า 2,437 ล้านบาท ปิดที่ 33.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
- บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC มูลค่า 1,975 ล้านบาท ปิดที่ 228.00 บาท ลดลง 2.00 บาท
- บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF มูลค่า 1,862 ล้านบาท ปิดที่ 18.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท
- บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT มูลค่า 1,754 ล้านบาท ปิดที่ 67.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
- บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL มูลค่า 1,693 ล้านบาท ปิดที่ 53.75 บาท ลดลง 0.50 บาท
ด้านตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ปิดที่ 415.50 จุด เพิ่มขึ้น 0.82 จุด หรือ 0.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,459 ล้านบาท



