ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันนี้ (7 มิ.ย.) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.65 จุด มาอยู่ที่ 1,537.90 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 48,682 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการซื้อหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี หลังจากราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับแรงซื้อหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มสื่อสาร
ปัจจัยหนุนตลาด
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาค โดยได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นแรง หลังจากกลุ่มโอเปกพลัสมีมติคงกำลังการผลิตน้ำมันต่อไป ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับขึ้นกว่า 2% มาอยู่ที่ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังจากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
แนวโน้มพรุ่งนี้
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ (8 มิ.ย.) นายกรภัทร กล่าวว่า คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวในกรอบ 1,530-1,545 จุด โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะประกาศในคืนนี้
ขณะที่กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้เน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และธนาคาร ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ส่วนหุ้นกลุ่มที่ต้องระวังคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น
ภาพรวมตลาด
วันนี้มีหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 822 หลักทรัพย์ ลดลง 636 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 453 หลักทรัพย์ มูลค่าการซื้อขายรวม 48,682 ล้านบาท โดยหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
- ปตท. มูลค่า 2,541 ล้านบาท ปิดที่ 35.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
- ปตท.สผ. มูลค่า 1,890 ล้านบาท ปิดที่ 152.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
- ธนาคารกรุงเทพ มูลค่า 1,542 ล้านบาท ปิดที่ 119.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
- ธนาคารกสิกรไทย มูลค่า 1,320 ล้านบาท ปิดที่ 138.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
- ธนาคารไทยพาณิชย์ มูลค่า 1,210 ล้านบาท ปิดที่ 115.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท
ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,234 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 567 ล้านบาท



