ตลาดหุ้นผันผวนสูงในปัจจุบัน ทำให้นักลงทุนหลายคนประสบปัญหาขาดทุนง่าย ๆ แม้จะซื้อหุ้นตัวเดียวกัน แต่ถ้าเข้าผิดช่วงเวลาก็อาจเจ็บตัวได้ ทีมข่าว Thairath Money ได้รวบรวม 8 ข้อผิดพลาดที่มักทำให้นักลงทุนต้องสูญเสียเงิน โดยหวังว่าผู้อ่านจะนำไปปรับใช้เพื่อป้องกันความผิดพลาดซ้ำซาก
1. ซื้อตามโพยหุ้น
หลายคนอาจเคยเห็นโพยหวยที่ใบ้ว่าเลขอะไรจะออก แต่รู้หรือไม่ว่า "หุ้น" ก็มีโพยเช่นกัน การซื้อตามคำแนะนำของคนอื่นโดยไม่ศึกษาหุ้นนั้น ๆ อาจทำให้คุณกลายเป็นแมงเม่าติดดอยโดยไม่รู้ตัว
2. ไม่ขาย ไม่ขาดทุน
บางคนมีคติว่า "ไม่ขาย ไม่ขาดทุน" แต่เมื่อราคาหุ้นร่วงแรง 20% การถือไว้โดยไม่ศึกษาพื้นฐานอาจทำให้เจ็บหนักกว่าเดิม การตัดขาดทุน (Cut Loss) จึงเป็นเทคนิคที่ช่วยลดความเสียหายและมีเงินไปลงทุนในหุ้นที่ดีกว่า
3. DCA แต่ไม่เลือกให้ดี
การทยอยลงทุนแบบ Dollar-Cost Averaging (DCA) เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยถัวเฉลี่ยต้นทุน แต่ถ้าเลือกสินทรัพย์ที่ไม่เติบโต เงินของคุณอาจลดลงแทนที่จะงอกเงย ดังนั้นควรทำการบ้านก่อนลงทุนทุกครั้ง
4. กับดักจิตวิทยา "ซื้อตอนขึ้น ขายตอนลง"
เมื่อตลาดเป็นขาขึ้น นักลงทุนมักอยากเข้าไปเก็งกำไร แต่เมื่อราคาปรับลงก็มักขายขาดทุนเพราะไม่ได้เตรียมใจไว้ วิธีแก้คือวางแผนให้ชัดเจน เช่น กำหนดจุดเข้าซื้อและขายทำกำไรล่วงหน้า
5. ไม่คำนวณค่าธรรมเนียม
ทุกการซื้อขายหุ้นหรือสับเปลี่ยนกองทุนรวมมีค่าธรรมเนียม หากไม่คำนวณให้ดี กำไรที่ควรได้อาจกลายเป็นขาดทุนจากค่าธรรมเนียมแทน
6. ลืมคิดเรื่องภาษี
การลงทุนในหุ้นปันผลหรือหุ้นต่างประเทศต้องวางแผนภาษี โดยเฉพาะ Capital Gain หากนำกำไรกลับเข้าประเทศอาจต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุด 35% นอกจากนี้ควรเลือกกองทุนที่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น RMF หรือ Thai ESG
7. ประเมินความเสี่ยงสูงเกินจริง
บางคนตอบแบบประเมินความเสี่ยงให้ได้คะแนนสูงเพื่อซื้อกองทุนเสี่ยงสูง ทั้งที่ในชีวิตจริงรับความผันผวนไม่ได้ เมื่อกองทุนติดลบก็เกิดความกังวลและขายขาดทุน
8. รอซื้อจังหวะที่ดีที่สุด
การพยายามจับจังหวะตลาด (Market Timing) เพื่อซื้อจุดต่ำสุดเป็นเรื่องยาก หากรอจนพลาดโอกาสอาจต้องซื้อในราคาที่สูงกว่า ควรตั้งเป้าหมายและทยอยซื้อหรือใช้ DCA แทน
สุดท้ายนี้ การลงทุนมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนเสมอ ก่อนลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจสินทรัพย์นั้น รวมถึงกำหนดเป้าหมายและแผนสำรองไว้อย่างชัดเจน เพื่อรับมือกับภาวะพอร์ตติดลบได้ดีขึ้น



