ศูนย์วิจัยกสิกรไทยออกบทวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยในระยะนี้ยังคงมีความผันผวนสูง โดยได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกเป็นสำคัญ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงยืดเยื้อ ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติยังคงชะลอการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทย
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
นักวิเคราะห์จากศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลงต่อในระยะสั้น จากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้ตลาดปรับตัวขึ้นได้ในระยะยาว
กลยุทธ์การลงทุน
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในภาวะตลาดผันผวน ศูนย์วิจัยกสิกรไทยแนะนำให้เน้นการลงทุนระยะสั้น โดยเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีแนวโน้มผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง เช่น กลุ่มธนาคาร พลังงาน และค้าปลีก นอกจากนี้ ควรกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ประเภทอื่น เช่น พันธบัตรและทองคำ เพื่อลดความเสี่ยง
- หุ้นกลุ่มธนาคาร: ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น และการฟื้นตัวของสินเชื่อ
- หุ้นกลุ่มพลังงาน: ราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูงช่วยหนุนผลประกอบการ
- หุ้นกลุ่มค้าปลีก: การบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวหนุนยอดขาย
ปัจจัยที่ต้องจับตา
นักลงทุนควรติดตามปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย นอกจากนี้ ควรจับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 2 ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางตลาดในระยะต่อไป
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีที่ 1,600-1,650 จุด โดยมี downside risk จากปัจจัยภายนอกที่อาจรุนแรงกว่าคาด



