แม้เศรษฐกิจไทยและโลกยังมีความไม่แน่นอน แต่ช่วงนี้หุ้นกลุ่มธนาคารกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง นักลงทุนมองว่านี่อาจเป็นจังหวะที่ตลาดเริ่มฟื้นตัวและกลับเข้ามาสะสมหุ้นขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น
หุ้นไทยทยอยฟื้น ต่างชาติไล่เก็บหุ้นใหญ่
มงคล พ่วงเภตรา รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บล. ดาโอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทย (SET Index) ช่วงนี้เห็นแรงซื้อกระจายในหลายอุตสาหกรรมจนเข้าใกล้ระดับ 1,600 จุด โดยเฉพาะ 3 ธีมหลัก ได้แก่ กลุ่มธนาคารและหุ้นปันผลสูง กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากมาตรการเศรษฐกิจ เช่น นิคมอุตสาหกรรม WHA และกลุ่มที่เคยถูกกระทบจากสงคราม เช่น การบิน โรงแรม โรงไฟฟ้า เนื่องจากตลาดรับรู้ผลกระทบและสะท้อนไปหมดแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีการทยอยเข้าซื้อหุ้นขนาดใหญ่กลุ่ม 10 อันดับแรกของตลาด เพราะนักลงทุนต่างชาติมักเข้าซื้อก่อน โดยบริษัทฯ ปรับพอร์ตมาเน้น CPF, CPN, COM7, GULF, BGRIM, KBANK จากชุดเดิมที่มี ADVANC, SCB, KTB
หุ้นปันผลยังน่าสนใจ 3 เหตุผล
สำหรับหุ้นปันผล กลุ่มธนาคารยังน่าสนใจจาก 3 เหตุผลหลัก คือ การทยอยเก็บเพื่อรอปันผลในไตรมาส 2/69 ราคาหุ้นที่ลดลงมาค่อนข้างมาก และเป็นหุ้นกลุ่มหลักของตลาดที่มี Dividend Yield ประมาณ 7% โดยยังสนใจ KBANK, SCB, KTB แต่ต้องติดตามอัตราดอกเบี้ยที่สะท้อนผ่าน NIM และคุณภาพสินเชื่อโดยเฉพาะหนี้เสีย (NPL) ส่วนการเกิด Virtual Bank ในปีนี้มองว่าไม่กระทบหุ้นแบงก์เพราะฐานลูกค้าต่างกลุ่ม
ความเสี่ยงหุ้นแบงก์ที่ต้องรู้ก่อนซื้อ
ประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ. เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ กล่าวว่า แม้ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาหุ้นธนาคารได้ผลดีจากดอกเบี้ยขาขึ้น แต่ธุรกิจธนาคารยังมีความท้าทายสูง สินเชื่อต้องพึ่งพาเศรษฐกิจไทย หากเศรษฐกิจแย่ลง สินเชื่อที่ปล่อยไปอาจได้รับผลกระทบ ทำให้การตั้งสำรองเพิ่มขึ้นและกระทบกำไร ปันผลอาจน้อยลง
หัวใจหลักของการซื้อหุ้นปันผลคือ ต้องเข้าใจว่าปันผลมาจากอะไร ผลตอบแทนในอดีตไม่สะท้อนอนาคต แม้หุ้นที่เลือกไว้จะดีในวันนี้ แต่ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจเสมอ หุ้นปันผลที่น่าสนใจคือธุรกิจที่มีกระแสเงินสดแข็งแรงและรายได้เสถียร เช่น PTT หรือกลุ่มสื่อสารอย่าง ADVANC ซึ่งมีคู่แข่งน้อยและควบคุมต้นทุนได้ดี
เทคนิคคัดหุ้นปันผล 4 ข้อ
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) แนะนำ 4 ข้อที่นักลงทุนต้องเข้าใจก่อนซื้อหุ้นปันผล:
- ดูงบดี ผลประกอบการเริ่ด: บริษัทต้องมีกำไรจากธุรกิจหลักสม่ำเสมอ ควรดู กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) และกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS)
- เช็ก Dividend Yield: คำนวณจากเงินปันผลจ่ายต่อหุ้นหารด้วยราคาหุ้นในตลาด ว่าตรงกับที่ต้องการหรือไม่
- มีประวัติการจ่ายปันผลต่อเนื่อง: เช็กข้อมูลในอดีตดูความสม่ำเสมอ แม้ไม่การันตีอนาคต แต่ดีกว่าไม่ทำการบ้าน
- กระจายลงทุนในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม: ไม่ควรซื้อกระจุกที่กลุ่มธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง เพื่อป้องกันความเสี่ยง
สุดท้าย สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่หุ้นตัวไหนจ่ายปันผลสูง แต่คือการเข้าใจว่าเงินปันผลนั้นมาจากธุรกิจที่แข็งแรงและยั่งยืนแค่ไหน หากคิดจะซื้อเก็บยาว นักลงทุนต้องทำการบ้านให้หนัก เพราะในวันที่พอร์ตติดลบ คนที่รับความเสี่ยงจริง ๆ คือตัวเราเอง



