ตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (วันที่ 1 เมษายน 2568) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยบวกทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,500 จุด เพิ่มขึ้น 10 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 0.67 มูลค่าการซื้อขายรวมประมาณ 50,000 ล้านบาท
ปัจจัยบวกจากต่างประเทศ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงยังช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนให้กับบริษัทจดทะเบียน
ปัจจัยบวกในประเทศ
ในประเทศ รัฐบาลได้ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยเฉพาะการลดภาษีน้ำมันและมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ส่งผลดีต่อกลุ่มธนาคาร กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
กลยุทธ์การลงทุน
นักวิเคราะห์แนะนำให้ลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น กลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง รวมถึงหุ้นในกลุ่มส่งออกที่ได้อานิสงส์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า
หุ้นเด่นที่น่าจับตา
- หุ้นกลุ่มธนาคาร: ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
- หุ้นกลุ่มค้าปลีก: บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบมจ.ซีพี ออลล์ คาดว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัว
- หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง: บมจ.ช.การช่าง และบมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ คาดว่าจะได้งานจากโครงการลงทุนภาครัฐ
มุมมองระยะสั้น
ในระยะสั้น ตลาดหุ้นไทยยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้อีก จากปัจจัยบวกทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามการประชุมเฟดในสัปดาห์หน้า และการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนอย่างใกล้ชิด
สำหรับแนวรับของดัชนี SET อยู่ที่ 1,480 จุด และแนวต้านที่ 1,520 จุด นักลงทุนควรใช้กลยุทธ์ซื้อเมื่ออ่อนตัว (Buy on Dip) สำหรับหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี



