ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยปิดตลาดวันที่ 11 เมษายน 2567 ที่ระดับ 1,375.59 จุด ลดลง 2.40 จุด หรือร้อยละ 0.17 มูลค่าการซื้อขาย 45,286 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,245 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนในประเทศซื้อสุทธิ 1,018 ล้านบาท
ปัจจัยกดดันตลาด
นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงตามแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่สูงเกินคาด
แนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐ
นักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนพฤษภาคมนี้ หลังจากประธานเฟดส่งสัญญาณว่ายังไม่มั่นใจว่าเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงสู่เป้าหมายร้อยละ 2 ได้อย่างยั่งยืน ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้นแตะระดับร้อยละ 4.55
มุมมองต่อตลาดหุ้นไทย
นายกรภัทร กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดหุ้นไทยยังได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก โดยเฉพาะทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐและความผันผวนของค่าเงินบาท ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศยังไม่มีประเด็นใหม่ที่ชัดเจน โดยนักลงทุนรอติดตามการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจของเฟด
กลยุทธ์การลงทุน
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนและรอดูสถานการณ์ โดยเน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและจ่ายปันผลสม่ำเสมอ รวมถึงหุ้นในกลุ่มพลังงานและค้าปลีกที่ได้ประโยชน์จากการบริโภคในประเทศ
ภาพรวมตลาดภูมิภาค
ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง เช่น ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นปิดลบร้อยละ 0.48 ดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงปิดลบร้อยละ 0.26 ขณะที่ตลาดหุ้นจีนปิดทรงตัว



