ราคาทองคำปิดตลาดผันผวน 44 ครั้ง ลบ 300 บาท หลังดอลลาร์-ยีลด์พุ่งและสงครามตะวันออกกลางยังตึงเครือ
ราคาทองคำในประเทศปิดตลาดวันนี้ (7 เมษายน 2569) ผันผวนถึง 44 ครั้ง ลบลง 300 บาท หลังทองโลกร่วงจากปัจจัยดอลลาร์และยีลด์พุ่ง ขณะที่สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังคงครุมเครือและตึงเครืออย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก
ปัจจัยกดดันจากดอลลาร์และยีลด์พุ่ง
ดอลลาร์สหรัฐและอัตรายีลด์พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 4,625 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีการย่อตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยเว็บไซต์ฮั่วเซ่งเฮงวิเคราะห์ว่า ทองโลกมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,710 และ 4,735 ดอลลาร์ในอนาคต แต่หากหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,600 ดอลลาร์ อาจปรับฐานลงต่อเนื่องได้
สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ หลังประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ ออกมาเตือนว่าอิหร่านอาจถูกโจมตีภายในชั่วข้ามคืน ตามเส้นตายวันที่ 7 เมษายนนี้ ซึ่งอิหร่านโต้กลับว่าหากมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานจริง ผลกระทบจะลุกลามบานปลายไปไกลกว่าแค่ในภูมิภาค สถานการณ์นี้ทำให้ตลาดยังคงจับตาอย่างใกล้ชิด
ผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบและเงินเฟ้อ
BlackRock ได้ออกมาเตือนว่าราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ตึงตัวยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้เงินเฟ้อขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉุดราคาทองรูปพรรณในประเทศให้ขายออกที่ 72,500 บาท ขณะที่ตลาด CME FedWatch คาดการณ์ถึง 99.5% ว่าเฟดอาจคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปและต่อเนื่องทั้งปี 2026
สรุปราคาทองคำในประเทศ
ราคาทองคำในวันที่ 7 เมษายน 2569 ผันผวนทั้งวัน 55 ครั้ง ลบ 300 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งขายออกบาทละ 71,880 บาท และรับซื้อบาทละ 71,650 บาท ส่วนราคาทองรูปพรรณขายออกบาทละ 72,650 บาท และรับซื้อบาทละ 70,221.12 บาท ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) อยู่ที่ 4,665 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยอัตราแลกเปลี่ยนที่ระดับ 32.53 บาทต่อดอลลาร์
คำแนะนำสำหรับนักลงทุน
ฮั่วเซ่งเฮงแนะให้นักลงทุนทยอยขายตามแนวต้านที่ระดับ 72,200 บาท และทยอยซื้อตามแนวรับที่ 71,500 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 71,300 บาทลงไป แนะนำให้ขายตัดขาดทุน เนื่องจากราคาทองในประเทศมีการแกว่งตัวขึ้นและลงตามทองโลกและค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่อง



